5 หนังรักที่จะทำให้คุณมองความสัมพันธ์ในโลกความเป็นจริง
5 หนังรักที่จะทำให้คุณมองความสัมพันธ์ในโลกความเป็นจริง
01
Blue Valentine
เมื่อครั้งเริ่มรักอะไรหลายอย่างก็ดูเข้าทีไปหมด หลายคู่รักอาจยังไม่ได้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระยะยาว จนกระทั่งวันหนึ่งที่ความฝันของทั้งสองอาจจะเดินคนละทิศทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถยอมรับความฝันของอีกฝ่ายได้ก็อาจเรียกว่าเป็นจุดจบของความสัมพันธ์

หนังพูดถึงความสัมพันธ์เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง ฝ่ายหญิงต้องเลือกหน้าที่การงานก้าวหน้า ขณะที่ฝ่ายชายพอใจกับความเป็นอยู่ปัจจุบันไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน ทั้งสองคนจึงใช้เวลาอยู่ร่วมกันหนึ่งคืนเพื่อรักษาชีวิตสมรสให้คงอยู่ต่อไป
02
Up in the Air
บางคนอาจจะมองความสัมพันธ์จริงจังเป็นภาระของชีวิต 'จอร์จ คลูนี่ย์' ในหนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน เขามองการคบหาหญิงสาวจริงจังเป็นเรื่องถ่วงชีวิตจนกระทั่งได้พบ 'เวร่า ฟาร์มิก้า'

ในความเป็นจริงแล้วไม่แปลกที่หลายคนจะทุ่มเทกำลังให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนละเลยการหาคู่ชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็ยังอีกมากที่มีคนรักเป็นแรงผลักดันความทะเยอทะยาน
03
Cinderella Man
ในวันที่ผู้ชายคนหนึ่งถึงจุดตกต่ำสุด การที่คนรักยังอยู่เคียงข้างมันสามารถพิสูจน์ถึงความรักและความเชื่อใจที่เธอมีต่อเขาได้

'รัสเซล โครว์' ในบทอดีตนักมวยช่วงยุคเศรษฐกิจตกต่ำ เขาเป็นเหมือนผู้คนในช่วงเวลานั้นที่ต้องดิ้นรนรับจ้างทำงานเป็นรายวันเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว จนกระทั่งเขาได้รับโอกาสคืนสังเวียนที่เขาได้กลายมาเป็นนักมวยผู้ต่อเติมความหวังของผู้คนในยุคนั้น
04
Revolutionary Road
การแต่งงานอยู่กันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก บางครั้งทั้งสามีและภรรยาต่างก็ต้องยอมละทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อความมั่นคงของชีวิตสมรส

เมื่อฝ่ายสามีก็ต้องทนทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ ฝ่ายภรรยาก็ต้องละทิ้งความฝันที่จะเป็นนักแสดงเพื่อเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกทั้งสองคน จะเป็นอย่างไรถ้าพวกเขาจะยอมเสี่ยงทิ้งความมั่นคงออกตามฝันของตัวเอง
05
The Perks Of Being A Wallflower
วัยเด็กของหลายคนอาจจะเคยพบผ่านเรื่องร้าย ๆ มาบ้าง อยู่ที่เราจะเลือกยอมรับและกำจัดปัญหาเหล่านั้นออกไปอย่างไร

หนังจึงบอกเล่าถึงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ต่างมีปมอดีตของตัวเอง การที่พวกเขามาอยู่ร่วมกันจึงเป็นการเยียวยาซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ตัดสินใครสักคนจากสิ่งที่เขาเคยเป็น