WACTH MOVIES
50 หนังจีนสะท้านพิภพ ที่ถูกยกย่องว่าดีตลอดกาล
50 หนังจีนสะท้านพิภพ ที่ถูกยกย่องว่าดีตลอดกาล
‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกาลเวลายังมีหนังดีเคียงข้างเสมอ’


ในยุคทศวรรษ 60-70 มีตำนานภาพยนตร์ที่เป็นอมตะโดยไม่กล่าวถึงเป็นไม่ได้คือ หนังสัญชาติจีนแท้ๆ ของค่าย Shaw Brothers สุดยอดต้นตำรับหนังจีนขนานแท้ที่เต็มไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของหนังที่ไม่มีใครเหมือนทั้ง ฉากที่สวยงาม คิวบู้อันดุดัน บทบาทการแสดง หรือแม้แต่การแต่งกาย ก็เป็นตัวการันตีได้แล้วว่าคือเสนห์ที่ไม่เหมือนใครและด้วยเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ในหนังที่เข้มข้นจนทำให้มีผู้ชื่นชอบและติดตามอย่างล้นหลามจนภาพยนตร์ทั้งหลายกลายเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนรักหนังจีนอย่าง เดชไอ้ด้วน นางพญางูขาว หงส์ทองคะนองศึก ไอ้หนุ่มหมัดสั่ง มังกรหยก จอมโหดมนุษย์พิการ ฯลฯ โดยหนังเหล่านี้ถือว่าเป็นภาพยนตร์จีนสุดอมตะที่น่าสะสมและสมควรอย่างยิ่งที่คอหนังต้องไม่พลาดแม้ว่าในปัจจุบันนั้นจะหาชมได้ยากอย่างมากก็ตาม ซึ่งทาง HOLLYWOOD HDTV ได้รวบรวมภาพยนตร์ดีๆ เหล่านี้ไว้เพื่อเอาใจคอหนังจีนอย่างเต็มอิ่มโดยจัดสรรเป็นคอลเลคชั่นที่มีให้ชมมากกว่าหลายร้อยเรื่อง และเนื่องด้วยโอกาสดีในวันนี้ที่ทางเราได้รับเกียรติจาก คุณ ไอซ์ พรรษกร งาเนีย มาร่วมแนะนำในบทความนี้ เราจึงขอหยิบยกสุดยอดหนังสัญชาติจีนจากค่าย Shaw Brothers มานำเสนอให้กับชาว HOLLYWOOD HDTV ได้รับชมกันครับ
01
หงส์ทองคะนองศึก (Come Drink with Me) (1966)
ผู้กำกับ คิงฮู

นักแสดง เจิ้งเพ่ยเพ่ย, เยียะหัว, เฉินหงลี่, หยางจื่อชิง, กุ๊ฟง หยวนเสี่ยวเถียน, พานอิ๋งจือ

หนังกำลังภายในที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องบุกเบิกของหนังแนวทางนี้ให้เป็นที่นิยมในวงกว้าง เจิ้งเพ่ยเพ่ย รับบท นางแอ่นทอง หญิงสาวที่มีวิทยายุทธยอดเยี่ยม เธอบุกรังโจรเพราะตั้งใจจะช่วยพี่ชายที่ถูกโจรร้ายจับไว้เป็นเครื่องต่อรองกับทางการ เยี่ยหัว รับบท แมวขี้เมา วณิพกที่ร้องเพลงแลกเงินและอาหารแต่แท้จริงแล้วเขาคือยอดฝีมือที่เร้นกาย โดยแมวขี้เมาได้ช่วยนางแอ่นทองต่อสู้กับพวกโจรร้ายที่มีมากกว่า เฉินหงลี่ รับบท เสือหน้าหยก หัวหน้าอันดับสองของค่ายโจรที่จับตัวพี่ชายของนางแอ่นทองไว้เพื่อแลกตัวกับหัวหน้าค่ายโจรของเขา หยังจื่อชิง รับบท หลวงจีนเหลียงคุน ซือเฮียของแมวขี้เมาที่มีความบุญความแค้นกันมาก่อน

หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของหนังฮ่องกงที่ส่งผลมาถึงหนังในภูมิภาคเดียวกันอีกด้วย เพราะหนังได้รับความนิยมมากทำให้ตลาดหนังค่อย ๆ หันมานิยมหนังบู๊หรือหนังกำลังภายในกันมากขึ้น หนังยังเดินในแนวทางเดิมคือการใช้ตัวละครหญิงเป็นตัวนำเรื่องและได้เจิ้งเพ่ยเพ่ยนักแสดงวัยรุ่นหน้าตาสดใสมารับนำทำให้เธอกลายเป็นราชินรนักบู๊ไปเลยทั้งที่ไม่ใช่แนวทางของเธอตั้งแต่แรก องค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จของหนังคือ การเดินเรื่องได้น่าติดตามโดยเฉพาะคิวบู๊ที่ฉับไวช่วยยกระดับของหนังกำลังภายในให้สนุกสนานยิ่งขึ้นและทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นตำนานสำคัญของวงการหนังฮ่องกงเลยทีเดียว
02
จอมโหดมนุษย์พิการ (Crippled Avengers) (1978)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เฉินกวนไถ้, ลู่เฟิง, กั๊วะจุย, หลอเมิ่ง, ซุนเจี้ยน, เจียงเซิน, หวังหลงเหว่ย, จิงเหมี่ยว, หยังเซียง, ตี้เว่ย, พานปิงชาง

หนังชุดจอมโหดที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งกับการใช้ความพิการมาผูกเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ เฉินกวนไถ้ รับบท ตู้เทียนต้า จอมยุทธที่มีวิชาหมัดเสือดำเป็นที่เลื่องลือ ลูกชายของของเขาถูกศัตรูตัดมือทั้งสองข้างตู้เทียนต้าจึงทำแขนเทียมเป็นแขนเหล็กพร้อมกับสอนวิชาให้ แต่ตู้เทียนต้าและลูกชายกลับโหดเหี้ยมทำร้ายคนจนพิการมากมาย ลู่เฟิง รับบท ตู้ฉาง ลูกชายของตู้เทียนต้าที่เป็นคนโหดเหี้ยมเหมือนพ่อ กว๊ะจุย รับบท เฉินชวน พ่อค้าเร่ที่พูดผิดหูจึงถูกทำร้ายจนตาบอด หลอเมิ่ง รับบท เว่ยจาจี่ ช่างตีเหล็กปากร้ายที่ถูกทำร้ายจนเป็นใบ้และหูหนวก ซุนเจี้ยน รับบท หัวเฟ่ย ชายหนุ่มที่ถูกตัดขาทั้งสองข้าง เจิยงเซิน รับบท หวังยี่ จอมยุทธหนุ่มที่ต้องการทวงความยุติธรรมให้คนทั้งสามแต่กลับถูกทำร้ายจนกลายเป็นคนสติเลอะเลือน เฉินชวน, เว่ยจาจี่ และหัวเฟ่ย จึงขอให้อาจารย์ของหวังยี่สอนวิทยายุทธใช้ปมด้อยเป็นจุดเด่นและไปล้างแค้นตู้เทียนต้าสองพ่อลูก
03
ศึกล้างเจ้ายุทธจักร (Death Duel) (1977)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เอ่อตงเซิน, หลิงหยุน, หวีอันอัน, เฉินผิง, กุ๊ฟง, ฉีเส้าฉียน, ฟานเม่ยเจิง, หยางจื้อชิง, จิงหมี่ยว, กู้กวนจง, อ้ายเฟย, เฮียะผิง, หวังหลงเหว่ย, โอวหยางซาเฟย, เฉินซือเจีย, หลิวฮุ่ยหลิง, หลินฮุยหวง, หยวนหัว

เอ่อตงเซิน รับบท อาจิ๊ ชายเร่ร่อนที่มีความเป็นมาลึกลับ เขามักจะไม่สู้คนทั้งที่เขามีฝีมือยอดเยี่ยม เพราะที่จริงแล้วอาจิ๊คือเซี่ยเสี่ยวฟงนายเล็กที่สามแห่งหมู่บ้านกระบี่ที่หนึ่งที่เบื่อหน่ายชื่อเสียงและออกมาใช้ชีวิตแบบคนสามัญ หลิงหยุน รับบท เยี่ยสือซัน มือกระบี่ที่ยอดเยี่ยมอีกคนที่ต้องการประลองกระบี่กับเซี่ยเสี่ยวฟงเมื่อไม่เจอจึงเร้นกายอยู่ตามลำพัง เฉินผิง รับบท มู่หยงชิวตี้ ผู้ต้องการให้ตระกูลมู่หยงกลับมาครองยุทธจักรจึงหาทางกำจัด เซี่ยเสี่ยวฟงให้ได้ หวีอันอัน รับบท เสี่ยวลี่ หญิงคณิกาที่ทำงานเพื่อความอยู่รอดและเกิดความรักกับนายเล็กที่สามในคราบอาจิ๊ที่ไม่เอาไหน กุ๊ฟง รับบท อาหนิว ชายชาวม้งที่คอยช่วยเหลืออาจิ๊ด้วยความจริงใจและเขายังเป็นพี่ชายของเสี่ยวลี่อีกด้วย

สร้างจากบทประพันธ์ของโกวเล้งเรื่องซาเสียวเอี้ยที่เล่าถึงชีวิตของจอมยุทธที่มีชื่อเสียงและเบื่อหน่ายในชื่อเสียงเสียงนั้นจึงต้องหลบหนีออกมาใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดา แต่สังคมจอมยุทธไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น สิ่งหนึ่งที่หนังบอกอยู่ตลอดเวลาก็คือการที่คนในยุทธจักรไม่อาจเป็นตัวของตัวเองนั่นเอง หนังถ่ายทอดเรื่องราวในแก่นเรื่องเดียวกับหนังสือแม้จะเปลี่ยนรายละเอียดไปบ้าง เอ่อตงเซิน เข้ากับบทนายเล็กที่สามเป็นอย่างมาก และหนังยังได้นักแสดงรุ่นพี่อย่าง ตี้หลุง, เดวิดเจียง, เยี่ยหัว และหลอลี่ มาแสดงในบทรับเชิญสร้างเสน่ห์ให้กับหนังรวมทั้งเป็นกำลังเสริมให้กับพระเอกใหม่ (ในขณะนั้น) คือเอ่อตงเซิน และยังทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเอ่อตงเซินอีกเรื่องหนึ่ง
04
ไอ้หนุ่มหมัดสั่ง (Duel of Fists) (1971)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, จิงลี่, ภาวนา ชนะจิต (หลิวหลานหยิง), เฉินซิง, กุ๊ฟง, หวังจง, หยางจื้อชิง, จิงเหมี่ยว

เดวิดเจียง รับบท ฟ่านเคอะ วิศวกรหนุ่มจากฮ่องกงที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อมาตามหาพี่ชายที่เขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่ามี เบาะแสเดียวที่เขารับรู้คือพี่ชายของเขาเป็นนักมวยไทย ตี้หลุง รับบท บุญเลิศ พี่ชายของฟ่านเคอะที่เป็นนักมวยไทยผีมือดีแต่เขากำลังมีปัญหากับเจ้าพ่อที่กำลังตามติดตามตัวเขา เฉินซิง รับบท เฉียนเหยา เจ้าพ่อที่ต้องการบุญเลิศมาอยู่ในสังกัด อีกทั้งเขายังมีอิทธิพลต่อการชกมวยอีกด้วย จิงลี่ รับบท อี้หลาน สาวคนรักของบุญเลิศที่เป็นคนเรียบร้อย ภาวนา ชนะจิต หรือชื่อในการแสดงภาษาจีนว่า หลิวหลานหยิง รับบท อาเหมย สาวไทยที่รู้จักกับฟ่านเคอะระหว่างการท่องเที่ยวและสนิทสนมกัน กุ๊ฟง รับบท จ้วงเพ้า นักมวยในสังกัดของเฉียนเหยาที่เป็นแชมป์มวยไทยและโหดเหี้ยมจนชกคนตายบนเวทีมวยมาแล้ว

เป็นผลงานกำกับของจางเชอะที่ยังคงใช้สองพระเอกคู่บุญของเขาคือ เดวิดเจียงและตี้หลุง ส่วนนางเอกก็ยังคงเป็นจิงลี่เช่นเดิม แต่ความน่าสนใจจริง ๆ ของหนังเรื่องนี้คือการที่หนังถ่ายทำในเมืองไทยเกือบตลอดทั้งเรื่อง เพราะเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยโลเคชั่นหลักคือกรุงเทพและเสริมด้วยเชียงใหม่ หนังจึงคล้ายการบันทึกภาพทางประวัติศาสตร์ บ้านเมืองของไทยในยุคนั้นผ่านทางแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ นอกจากนั้นหนังยังได้นางเอกยอดนิยมของเมืองไทยคือภาวนา ชนะจิต มาร่วมแสดงด้วย โดยที่ความคล่องในภาษาจีนของภาวนา ชนะจิต ทำให้เธอได้แสดงในหนังจีนฮ่องกงอีกหลายเรื่อง แม้หนังจะเกี่ยวข้องกับประเทศไทยและมีมวยไทยอยู่ในหนัง แต่ยังมีความเป็นหนังแอ๊คชั่นแบบฮ่องกงของจางเชอะอยู่อย่างครบถ้วน
05
ถล่ม 13 เจ้าอินทรี (The Avenging Eagle) (1978)
ผู้กำกับ ซุนชัง

นักแสดง ตี้หลุง, ฟู่เซิง, กุ๊ฟง, หวังหลงเหว่ย, เกาสง, ซือซือ, เจินหนี, อี้หยง, ถังเจีย, ตี้เว่ย, ถังเยี่ยนเซิน, ฮุ่ยเทียนซื่อ, หลินฮุยหวง, เฉินหลุง, หยางฉีอิง, โอวหยางซาเฟย

ตี้หลุง รับบท ซีหมินชิง มือสังหารของสำนักสำเภาเหล็กที่พยายามจะหนีออกจากสำนักเพราะเบื่อหน่ายการฆ่าฟัน แต่เขาถูกตามล่าอย่างไม่ลดละจากศิษย์ร่วมสำนัก ทำให้ซิหมินชิงต้องต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต ฟู่เซิง รับบท หนุ่มนิรนามที่เข้ามาช่วยซิเหมินชิงอยู่ตลอดเพราะที่จริงแล้วเขาคือจั๋วอี้ฝานที่มีความแค้นกับสำนักสำเภาเหล็กเพราะบ้านภรรยาของเขาถูกมือสังหารจัดการจนหมดและภรรยาของเขาก็ถูกซิหมินชิงฆ่า กุ๊ฟง รับบท เยี่ยซีหง เจ้าสำนักสำเภาเหล็กที่ชุบเลี้ยงมือสังหารและอยู่ในสังกัด 13 คน โดยที่เยี่ยซีหงเป็นคนเหี้ยมโหดทำให้ซิหมินชิงต้องร่วมมือกับจั๋วอี้ฝานบุกเข้าไปจัดการเยี่ยซีหงอย่างเด็ดขาด พร้อมกับทำลายสำนักสำเภาเหล็กให้ราบคาบ เจินหนี ภรรยาในชีวิตจริงของฟู่เซิงมาแสดงบทรับเชิญเป็นภรรยาของจั๋วอี้ฝาน

แม้หนังจะไม่ได้สร้างมากจากบทประพันธ์ของนักเขียนท่านใด แต่กลับมีข้อดีทำให้หนังเดินเรื่องได้ฉับไว ตรงเป้าและไม่สับสน บอกเล่าบุญคุณความแค้นของยุทธจักรอย่างชัดเจน ตี้หลุงและฟู่เซิงต่างแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม คนแรกเป็นมือสังหารที่อ่อนล้าและต้องไถ่บาปของตัวเอง อีกคนพกความแค้นไว้เต็มอกแต่ก็มีสติพอที่จะรู้ถูกรู้ผิด  เป็นความขัดแย้งที่นำหนังไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น ฉากแอ๊คชั่นของหนังก็ทำได้สนุกสนานน่าตื่นตา โดยเฉพาะการใช้อาวุธของสารบบที่มือสังหารแต่ละคนใช้ยิ่งทำให้หนังมีความน่าสนใจมากขึ้น
06
ฤทธิ์ไอ้แมลงมุม (The Web of Death) (1976)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เยี่ยหัว, จิงลี่, หลอลี่, หวังจง, หลีลี่ลี่, แองเจล่ายูซิน, จิงเหมี่ยว, กุ๊ฟง, หวังเซียะ, โอวหยางซาเฟย, ฉีเส้าเฉียน

เยี่ยหัว รับบทเฟ่ยอิงสง ศิษย์เอกสำนักหวูต่าง (บู๊ตึง) ที่ออกสืบเรื่องใยแมงมุมพิษของสำนักเบญจพิษที่มีข่าวลือว่าออกมาสู่ยุทธจักรอีกครั้ง และนั่นทำให้เฟ่ยอิงสงเข้าไปรู้จักกับสตรีนางหนึ่ง จิงลี่ รับบท หงซูซู สตรีที่เฟ่ยอิงสงพบและเธอรับปากจะช่วยเขาสืบเรื่องใยแมงมุมพิษ ซึ่งแท้จริงแล้วหงซูซูคือธิดาของเจ้าสำนักเบญจพิษ หวังเซียะ รับบท เจ้าสำนักเบญจพิษที่เก็บงำใยแมงมุมพิษที่ร้ายกาจเอาไว้เพราะไม่ต้องการก่อเภทภัยในยุทธจักร หลอลี่ รับบท หลิวเซิง หัวหน้าตึกงูของสำนักเบญจพิษที่ต้องการเป็นเจ้าสำนักและใช้ใยแมงมุมพิษจัดการฝ่ายธรรมเพื่อยึดครองยุทธจักร หวังจง รับบท เฟ่ยอิงเจี๋ย น้องชายของเฟ่ยอิงสงที่ถูกหงซูซูทำร้ายด้วยความเข้าใจผิดจนต้องพิการ แองเจล่ายูซิน รับบท ฮูหยินรองของสำนักเบญจพิษที่ลักลอบเป็นชู้กับหลิวเซิงและยึดสำนักเบญจพิษเพื่อเป็นเจ้ายุทธจักร

หนังดัดแปลงจากหนังสือเรื่องดาบมังกรหยกของกิมย้ง แต่นำมาแค่เพียง 10 บทแรกของหนังสือเท่านั้น นั่นคือเฉพาะเรื่องของของเตียซุ่ยซัวและฮึงซูซู โดยหนังเปลี่ยนชื่อตัวตัวละครและเปลี่ยนจากดาบฆ่ามังกรเป็นใยแมงมุมพิษ การได้โครงเรื่องที่ดีทำให้เนื้อหาของหนังดูแข็งแรงและหนังดำเนินเรื่องได้อย่างเร้าใจ ในขณะที่คิวบู๊และเทคนิคพิเศษของใยแมงมุมพิษก็ทำได้ดีกว่าเรื่องอื่นในยุคเดียวกัน นักแสดงของเรื่องก็มีส่วนช่วยให้หนังสนุกสนานยิ่งขึ้น เยี่ยหัว ดูสุขุมกับบทศิษย์เอกของสำนักบู๊ตึง แต่คนที่โดดเด่นที่สุดคือจิงลี่ที่ได้แสดงอารมณ์ที่หลากหลายกว่า
07
คาถา (Black Magic) (1975)
ผู้กำกับ เหอเมิ่งหัว

นักแสดง ตี้หลุง, เถียนหนี, กุ๊ฟง, หลอลี่, หลี่ลี่ลี่, เยียะหัว, เฉินผิง

กุ๊ฟง รับบท ซานเจียหมี่ หมอผีที่มักจะทำแต่คุณไสยมนต์ดำ เขารับงานจากแม่ม่ายคนหนึ่งให้ทำยาเสน่ห์และนำไปสู่มนต์ดำที่น่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ตี้หลุง รับบท ซีโน่ วิศวกรหนุ่มที่ถูกเศรษฐีนีสาวมาติดพันแต่เขาไม่สนใจจนเป็นเหตุให้เธอต้องไปพึ่งไสยศาสตร์ เถียนหนี รับบท หลออิง เศรษฐีนีสาวที่หลงรักซีโน่ เมื่อเขาปฏิเสธหลออิงจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากซานเจียหมี่ให้ทำยาเสน่ห์และเป็นผลสำเร็จ หลอลี่ รับบท เหลียงเจียเจี๋ย ชายหนุ่มที่ตามจีบหลออิงเพื่อหวังตกถังข้าวสารแต่ไม่สำเร็จ เขาจึงไปขอให้ซานเจียหมี่ช่วยแต่กลับกลายเป็นว่าทำให้หลออิงได้รู้จักกับหมอผีคนนี้ หลี่ลี่ลี่ รับบท หวังจีอิง สาวคนรักของซีโน่ที่เกือบต้องเคราะห์ร้ายเมื่อหลออิงมาแย่งซีโน่ไปจากเธอ

หนังสยองขวัญสมัยใหม่ที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในหนังของชอว์บราเดอร์ส หนังใช้ฉากหลังเป็นประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใช้ประเทศมาเลเซียในการให้บรรยากาศชนบทช่วยเพิ่มความขลังของคาถามนต์ดำ จุดเด่นของหนังคือการให้ภาพที่ชวนสยองขวัญและสะอิดสะเอียดจากการทำพิธีที่น่ากลัว นักแสดงทุกคนทำหน้าที่เพียงพอผ่าน แต่ที่เด่นมีอยู่เพียงสองคน ได้แก่เถียนหนีที่แสดงได้เซ็กซี่ตามแบบของเธอ แต่คนที่เด่นจริง ๆ คือกุ๊ฟงในบทหมอผีผู้ชั่วร้าย
08
ยอดสนมฮ่องเต้ (Emperor Chien Lung and the Beauty) (1980)
ผู้กำกับ หลี่ฮั่นเสียง

นักแสดง หลิวหย่ง, หลี่คุน, เจียงหนาน, พานปิงชาง, ฮุ่ยอิงหง, หวังซา, หลิวฮุ่ยหลิง, เจียงเจิน, ฉินหวง, หวังไหล

หนึ่งในหนังชุดเกี่ยวกับจักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ของราชวงศ์แมนจูที่คราวนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องหญิงงามและแบ่งออกเป็นสองเรื่องย่อย เรื่องแรกคือเรื่องของเฉียนหลงฮ่องเต้กับนางคณิกาที่มีสัมพันธ์กับพระองค์ ส่วนเรื่องที่สองคือเรื่องของการปลอมพระองค์ในชื่อเกาเทียนซื่อแล้วเข้าไปเล่นพนันในบ่อนจนเกิดเรื่อง หลิวหย่ง รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ที่มักจะปลอมพระองค์ออกเป็นสามัญชนออกท่องเที่ยวเพื่อดูทุกข์สุขของประชาชน หลี่คุน รับบท หลิวหย่ง เจ้ากรมการศึกษาที่มักประลองปัญญากับเฉียนหลงฮ่องเต้อยู่เป็นประจำ เจียงหนาน รับบท เอ๋อหลงอัน เจ้ากรมมหาดไทยที่ติดตามฮ่องเต้เวลาประพาสอยู่เสมอ พานปิงชาง รับบท ซันเหนียง นางคณิกาคนโปรดที่ฮ่องเต้สร้างทางลับไว้ไปหาเป็นการส่วนพระองค์ ฮุ่ยอิงหง รับบท หลี่ปอเอ้อ หญิงสาวที่ปลอมเป็นชายและเก่งวิทยายุทธซึ่งพบกับเฉียนหลงฮ่องเต้ระหว่างการเล่นพนัน

สร้างจากเรื่องราวของจักรพรรดิเฉียนหลง กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์ของราชวงศ์ชิง โดยในเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์นั้นเฉียนหลงฮ่องเต้มักจะปลอมพระองค์เป็นสามัญชนออกเยี่ยมเยียนประชาชนอยู่เสมอ มีหนังเกี่ยวกับเฉียนหลงฮ่องเต้ที่กำกับโดยหลี่ฮั่นเสียงผู้กำกับชั้นนำของชอว์บราเดอร์สคนหนึ่งอยู่ที่สี่เรื่อง แต่ละเรื่องจะเน้นไปที่ความสนุกสนานและเกร็ดต่าง ๆ ในพระราชประวัติของพระองค์ และเรื่องนี้คือเรื่องที่สนุกมีสีสันมากที่สุดในสี่เรื่อง หลิวหย่งรับบทเป็นเฉียนหลงฮ่องเต้ได้อย่างพอเหมาะจนกลายเป็นบทประจำตัวของเขาอีกบทหนึ่งเลยทีเดียว โดยมีหลี่คุนและเจียงหนานช่วยเสริมสร้างอารมณ์ขันของหนังได้เป็นดี
09
หงส์ทองคะนองศึก ภาค 2 (Golden Swallow) (1968)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง หวังอยู่, เจิ้งเพ่ยเพ่ย, หลอลี่, หยางจื้อชิง,  อู๋หม่า, กุ๊ฟง

ภาคต่อของหนังกำลังภายในคลาสสิกที่ได้ตัวละครเดิมคือนางแอ่นทองกลับมาพร้อมกับนักแสดงคนเดิมคือเจิ้งเพ่ยเพ่ย แต่หนังเปลี่ยนผู้กำกับและโทนของหนังเสียใหม่ เจิ้งเพ่ยเพ่ย รับบท เซี่ยหยูเหยี่ยน นางแอ่นทองที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบกับชายคนรักกลางป่า แต่แล้วคนรักเก่าของเธอกลับก่อคดีฆ่าคนด้วยใช้สัญลักษณ์นางแอ่นทองทำให้เซี่ยหยูเยี่ยนต้องปรากฏตัวอีกครั้ง   หวังอยู่ รับบท เซียวเสี่ยวเผิง กระเรียนเงิน ศิษย์ร่วมสำนักของเซี่ยหยูเยี่ยที่เคยรักกันมาก่อน แต่เซียวเสี่ยวเผิงมีนิสัยดุดันต้องการล้างแค้นทำให้ออกจากสำนักแล้วหายไปก่อนที่เขาจะกระตุ้นให้เซี่ยหยูเยี่ยนอยากจะพบเขาอีกครั้ง หลอลี่ รับบท หันเทา ชายคนรักใหม่ของเซี่ยหยูเยี่ยนที่เป็นสุภาพบุรุษและจิตใจดี เขาไม่ต้องการให้เซี่ยหยูเยี่ยนพบกับเซียวเสี่ยวเผิงเพราะเกรงว่าความใจร้อนของ      เซียวเสี่ยวเผิงอาจจะนำความยุ่งยากมาให้

เพราะว่าผู้กำกับเปลี่ยนคนทำให้โทนของหนังเปลี่ยนไป จากภาคแรกที่มีความอ่อนช้อยสวยงามแฝงไปในเพลงกระบี่และวิชาการต่อสู้การเป็นความดุดันที่เต็มไปด้วยเลือดในทุกฉากต่อสู้ เนื้อหาของหนังก็เปลี่ยนจากการต่อสู้เพื่อผดุงคุณธรรมมาเป็นรักสามเส้าของมือกระบี่ที่ใช้ความหยิ่งทะนงมาตัดสินความรัก แม้หนังจะมีตัวละครเอกหญิงเป็นตัวนำแต่ความเด่นของหนังไปอยู่ที่ตัวละครชายที่หวังอยู่แสดง จนบทบาทของเจิ้งเพ่ยเพ่ยน้อบลงไปอย่างเห็นได้ชัด กระนั้นหนังยังทำฉากบู๊ได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นจุดขายสำคัญโดยมีชื่อผู้กำกับจางเชอะเป็นประกันในความรุนแรงและถึงเลือดถึงเนื้อ
10
สิงห์คู่จอมสังหาร (Heroes Two) (1974)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เฉินกวนไถ้, ฟู่เซิง, จูมู่, หวังซิง, ฟางซิ่น, ถังเยี่ยนเซิน, ฟงเคอะอัน, ฟางอี้, เจียงหนาน, หลิวเจียหย่ง, หลี่ไห่ซัน

หนังใช้เหตุการณ์ช่วงล้มล้างวัดเส้าหลินใต้ในสมัยราชวงศ์ชิงมาเป็นฉากหลัง กับเรื่องราวของผู้กล้าชาวฮั่นและศิษย์วัดเส้าหลินที่ต่อต้านแมนจู เฉินกวนไถ้ รับบท หงซีกวน ศิษย์เอกเส้าหลินที่หนีรอดจากวัดมาได้แต่เขาก็ถูกตามล่าจากคนของทางการ จนเสียท่าถูกจับ ทำให้มีศิษย์เส้าหลินจำนวนมากวางแผนช่วยเหลือเขา ฟู่เซิง รับบท ฟางซื่ออี้ ศิษย์เอกเส้าหลินอีกคนที่ถูกพวกแมนจูหลอกให้เป็นคนจับหงซีกวนเพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อฟางซื่ออี้รู้ความจริงว่าจับคนผิดเขาจึงตั้งใจช่วยเหลือหงซีกวนออกมาให้ได้ จูมู่ รับบท นายพลเชอกัง ผู้บัญชาการทหารแมนจูที่ออกตามล่าศิษย์ฆราวาสวัดเส้าหลินที่หนีออกมา และเขาเป็นคนคุมขังหงซีกวนไว้เพื่อรีดความลับแต่ไม่เป็นผล

หนังชูสองนักแสดงนำนั่นคือเฉินกวนไถ้ที่เหมาะสมกับบทหงซีกวนมาก ส่วนฟู่เซิงก็รับบทนำเป็นครั้งแรกและเข้ากับบทฟางซื่ออี้ได้ดีเช่นกัน ทำให้นักแสดงทั้งสองผูกขาดบทสองตัวละครนี้ในอีกหลายเรื่อง และหนังยังกลายเป็นเหนังเรื่องแรก ๆ ของจางเชอะและชอว์บราเดอร์สที่หยิบเอาเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวัดเส้าหลินใต้มานำเสนอ ก่อนที่จะมีตามออกมามายมาย ทำให้ชื่อของสามศิษย์เส้าหลินใต้คือ หงซีกวน (อั้งฮีกัว), ฟางซื่ออี้ (ปึงซี่เง็ก) และ หูฮุ่ยเฉียง (โอ้วฮุ่ยเคี้ยง) กลายบุคคลที่เป็นที่รู้จักของผู้นิยมหนังในแนวทางนี้อย่างมากมาย คิวบู๊ของหนังเรื่องนี้ยังทำได้สนุกดุดันในแบบฉบับของผู้กำกับจางเชอะเช่นเดิม
11
รสรักฤทธิ์แค้น (Intimate Confessions of a Chinese Courtesan) (1972)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เหอลี่ลี่, เป่ยตี้, เยี่ยหัว, ถังหลิน, ฟางเม่ยเจิน, เฉินลี่ผิง

หนังกำลังภายในที่ผสมผสานความเป็นหนังอีโรติกเอาไว้ด้วย เหอลี่ลี่ รับบท อ้ายหนู หญิงสาวชาวบ้านที่ถูกจับมาขายในซ่องนางโลม แต่อ้ายหนูเป็นคนดื้อรั้นไม่ยอมทำงานให้กับทางซ่องจึงถูกทรมานนานา จนเมื่อถึงจุดหนึ่งอ้ายหนูจึงยอมทำตามคำสั่งพร้อมกับรอวันแก้แค้น เป่ยตี้ รับบท ชุนอี่ แม่เล้าในซ่องนางโลมนั้นที่อำมหิตโหดเหี้ยม แท้จริงแล้วชุนอี่เป็นหญิงรักหญิงและหลงรักอ้ายหนู เมื่ออ้ายหนูยอมทำตามที่ชุนอี่สั่งรวมทั้งมาเป็นคนรักของเธอ ทำให้ชุนอี่สอนวิทยายุทธให้กับอ้ายหนูทุกอย่าง  เยี่ยหัว รับบท มือปราบจี้ ที่มาทำคดีคหบดีหลายคนถูกฆ่าตาย โดยผู้ต้องสงสัยคนสำคัญคืออ้ายหนูเพราะผู้ตายล้วนเคยย่ำยีอ้ายหนูมาก่อน ถังหลิน รับบท เปาหู่ คนสนิทของชุนอี่ที่แอบหลงรักเธออยู่ และพยายามเตือนให้ชุนอี่ระวังอ้ายหนู

ตัวละครเด่นของเรื่องคือผู้หญิงสองคน คนแรกเต็มไปด้วยความแค้นที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อชำระแค้นนั้น ส่วนอีกคนก็เต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่หน้ามืดตามัวจนมองข้ามบางเรื่องไป การผสมผสานเรื่องราวทั้งสองถูกนำผูกเข้ากันไว้ได้อย่างลงตัว สองนักแสดงเหอลี่ลี่ที่มีทั้งความสดสวยและความเย้ายวนและเป่ยตี้ที่ดูลึกลับยากเข้าถึงต่างก็ทำหน้าที่ได้ดีทั้งในส่วนของดรามาและอีโรติก แม้หนังจะจะมีฉากหวาบหวานอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เรื่องเสีย แต่กลัยทำให้หนังดูหนักแน่นขึ้นอีกมาก ความโดดเด่นของสองนักแสดงหญิงทำให้นักแสดงนำชายอย่างเยี่ยหัวถูกลืมไปจากเรื่องเลย
12
ลูกมังกรหยก (Heaven Sword and Dragon Sabre) (1978)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เอ่อตงเซิน, จิงลี่, หวีอันอัน, จิงไหลฟ่ง, จางอิง, หวังไหล, หวังหย่ง, เหวินเซียะเอ๋อ, เฉินเจียอี้, จิงเหมี่ยว, ฉีเส้าเฉียน, หยางจื้อชิง, หลอลี่, เถียนชิง, กู้กวนจง, อู่เมิ่งต๊ะ, เฮียะผิง, อ้ายเฟย, หลิวฮุ่ยหลิง, หลินฮุยหวง, หยวนหัว, เจียงหนาน, พานปิงชาง, เยี่ยเทียนสิง, เว่ยหวัง

สร้างจากบทประพันธ์ของกิมย้งเรื่องดาบมังกรหยก เนื่องจากหนังสือมีความยาวมากแม้จะตัดทอนแล้วหนังก็ยังต้องแบ่งเป็นสองภาค เอ่อตงเซิน รับบท เตียบ้อกี๋ ชายหนุ่มกำพร้าที่เติบโตมาท่ามกลางความขัดแย้งของฝ่ายธรรมของสำนักบู๊ตึงฝั่งพ่อของเขา และพรรคเม้งก่าที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคมารฝั่งแม่ของเขา จากประสบการณ์ปาฏิหาริย์ทำให้เตียบ้อกี๋ได้ฝึกฝีมือและมายุติความขัดแย้งนั้น หวีอันอัน รับบท จิวจี้เยียก ศิษย์สำนักง่อไบ๊ที่มีไมตรีกับเตียบ้อกี๋เพราะเคยรู้จักกันตั้งแต่วัยเด็ก จิงลี่ รับบท เตี่ยเมี่ยง หญิงสาวลึกลับที่เตียบ้อกี๋ได้รู้จักโดยที่นางเกี่ยวข้องกับการทำร้ายชาวยุทธจักรจำนวนมาก จางอิง รับบท เตียซำฮง เจ้าสำนักบู๊ตึงที่เลี้ยงดูเตียบ้อกี๋ในวัยเด็ก หวังไหล รับบท แม่ชีมิกเจาะ เจ้าสำนักง่อไบ๊ที่จิตใจคับแคบต้องการกำจัดพรรคเม้งก่าสถานเดียว  หลอลี่ มีบทรับเชิญช่วงต้นเรื่องโดยรับบท เจี่ยซุ่น ราชสีห์ขนทอง ผู้อาวุโสของพรรคเม้งก่าที่ถูกทำร้ายจนตาบอด

หนังดำเนินเรื่องตามหนังสือได้ดีแม้จะตัดเนื้อหาของหนังสือออกไปมากมายแต่ก็ยังรักษาจุดสำคัญของเรื่องเอาไว้ได้ การคัดเลือกนักแสดงก็ทำได้อย่างเหมาะสมสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับบทบาทที่ได้รับ และส่งผลต่อภาพรวมของหนังอีกด้วย และคงเป็นเพราะผู้กำกับฉู่หยวนให้ความสนใจกับเนื้อหาของหนังเป็นพิเศษ หนังจึงดำเนินได้อย่างเข้มข้นไม่ต่างจากหนังสือ และทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือเรื่องดาบมังกรหยกได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างกันมา ซ้ำยังคงความอมตะมาจนถึงทุกวันนี้
13
ลูกมังกรหยก ภาคจบ (Heaven Sword and Dragon Sabre 2) (1978)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เอ่อตงเซิง, จิงลี่, หวีอันอัน, จิงไหลฟง, หลอลี่, เถียนชิง, หวังไหล, เหวินเซียะเอ๋อ, เฮียะผิง, หวังหย่ง, เว่ยหวัง, กู้กวนจง, อ้ายเฟย, เฉินเจียอี้, ฉีเส้าเฉียน, จิงเหมี่ยว, หยางฉีอิง, อี้หยง, หลินฮุยหวง, หยวนหัว, เจียงหนาน, พานปิงชาง, ฮุ่นเทียนซื่อ, ฮุ่ยอิงหง

ภาคต่อที่เป็นบทสรุปของหนังที่สร้างจากหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดของกิมย้งเรื่องดาบมังกรหยก เอ่อตงเซิน รับบท เตียบ้อกี๋ ประมุขพรรคเม้งก่าที่มีภารกิจคลี่คลายความบาดหมางกับหกสำนักใหญ่และช่วยเหลือเจี่ยซุ่นพ่อบุญธรรมของเขา จิงลี่ รับบท เตี่ยเมี่ยง ราชธิดาของมองโกลที่ต้องการกำจัดผู้กล้าของจีนแต่กลับมาหลงรักเตียบ้อกี๋ผู้นำการต่อต้านมองโกล หวีอันอัน รับบท จิวจี้เยียก หญิงสาวอีกคนที่หลงรักเตียบ้อกี๋แต่เธอมีตำแหน่งเจ้าสำนักง่อไบ๊และคำสั่งอาจารย์ที่กำจัดพวกเม้งก่าที่เธอขัดไม่ได้ หลอลี่ รับบท เจี่ยซุ่น ราชสีห์ขนทอง ผู้อาวุโสพรรคเม้งก่าที่เคยบ้าคลั่งทำร้ายผู้คนมากมายจนตกเป็นเป้าในการตามล่าตัว จิงไหลฟ่ง รับบท เสี่ยวเจียว สาวรับใช้ประจำตัวของเตียบ้อกี๋ที่มีความลับบางย่างซ่อนอยู่ เหวินเซียะเอ๋อ รับบท ฮึงลี้ สาวสติเลอะเลือนที่เป็นญาติกับเตียบ้อกี๋และกลายเป็นตัวละครสำคัญในการเฉลยเรื่องราวความลับทั้งหมดในหนัง

แม้หนังยังคงเรื่องเดิมเอาไว้เช่นเดียวกับภาคแรก แต่ในภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงบางช่วงของหนังสือไปบ้างทำให้หนังลดความเข้มข้นลงกว่าเดิม ในขณะที่ความสัมพันธ์ของสามตัวละครหลักคือ เตี่ยบ้อกี๋, เตี่ยเมี่ยง และจิวจี้เยียก ที่เป็นความสับสนและเป็นเสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้มาตลอด ถูกคลี่คลายอย่างง่ายงายเกินไปในตอนจบของหนัง กระนั้นไม่ว่าหนังจะมีการเปลี่ยนออกจากเนื้อหาไปบ้างในหนังภาคต่อภาคนี้ แต่โดยรวมหนังยังคงสนุกและถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี
14
มังกรหยก ภาค 5 (Little Dragon Maiden) (1983)
ผู้กำกับ หัวซาน

นักแสดง เลสลี่จาง, องจิ้งจิง, เฉินกวนไถ้, หลิวเซียะหัว, กุ๊ฟง, หลอลี่, เถียนหนี, กู้กวนจง, ซุนเจี้ยน, หวังลี่, หลงเทียนเสียง

สร้างบทประพันธ์ของกิมย้งเรื่องมังกรหยก ภาค 2 เลสลี่จาง รับบท เอี้ยก่วย ลูกของเอี้ยคังที่ถูกอุปการะโดยก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง โดยก๊วยเจ๋งส่งเอี้ยก่วยไปฝึกวิชาที่สำนักช้วนจิน แต่เอี้ยก่วยถูกกลั่นแกล้งบ่อยครั้งจึงหนีออกจากสำนักและได้ไปอยู่กับสำนักสุสานโบราณ อิ้งจิ้งจิง รับบท เซียวเล้งนึ่ง หญิงสาวที่ดูแลสำนักสุสานโบราณและเป็นคนสอนวิชาให้เอี้ยก่วยและเกิดรักกันโดยทั้งสองคนไม่สนใจในข้อห้ามทางประเพณี เฉินกวนไถ้ รับบท ก๊วยเจ๋ง ที่รักเอี้ยก่วยเพราะรู้สึกผิดกับพ่อของเขา หลิวเซียะหัว  รับบท อึ้งย้ง ที่รู้เท่าทันความฉลาดของเอี้ยก่วยและกลัวว่าจะทำผิดเหมือนพ่อของเขา เถียนหนี รับบท ลี้มกโช้ว ศิษย์ผู้พี่ของเซียวเล้งนึ่งที่มีนิสัยโหดเหี้ยม กุ๊ฟง รับบท อั้งฉิกกง ยาจกอุดร และหลอลี่ รับบท อาวเอี้ยงฮง พิษประจิม ที่ยังห้ำหั่นกันอยู่ กู้กวนจง รับบท ฮั่วตู องค์ชายของมองโกลที่หวังจะยึดครองประเทศจีน

หลังจากที่จางเชอะตั้งใจจะสร้างหนังจากเรื่องมังกรหยกภาค 2 หรือเอี้ยก่วย จอมยุทธอินทรี โดยมีฟู่เซิงมารับบทเอี้ยก่วยนั้น หลังจากหนังออกฉายได้เพียงไม่นานฟู่เซิงก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หนังสือเรื่องมังกรหยกภาค 2 จึงถูกนำมาสร้างอีกครั้งในฉบับนี้โดยมีเลสลี่จางมารับบทเอี้ยก่วยที่บุคลิกตรงกับหนังสือได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเนื้อหาของหนังสือมีความยาวหนังจึงทำแค่เพียงช่วงต้นของหนังสือแต่ก็มีบทสรุปของตัวเอง แม้บุคลิกนักแสดงจะเข้ากับบทได้ดี แต่โดยรวมหนังยังทำได้ไม่ดีเท่าหนังสือ 
15
ศึกชุมนุมเจ้ายุทธจักร (Killer Clans) (1976)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง จงหัว, เยี่ยหัว, กุ๊ฟง, จิงลี่, เฉินผิง, หลิงหยุน, หลอลี่, หวังจง, หยางจื้อชิง, จิงเหมี่ยว, หวังเซียะ, ฟานเม่ยเจิง, เฮียะผิง, หลี่ซิ่วเสียน, เจิ้งหงเยี่ย, ฉีเส้าเฉียน, กู้กวนจง

จงหัว รับบท เม่งแชฮุ้น มือสังหารที่ได้รับมอบหมายให้ไปลอบฆ่าผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของยุทธจักรซึ่งเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมาก เม่งแชฮุ้นจึงต้องลอบปะปนเข้าไปทำงานกับคนผู้นั้น กุ๊ฟง รับบท ซุนเง็กแป๊ะ หรือเล่าแป๊ะ ที่เป็นที่นับถือของผู้คนมากมาย เล่าแป๊ะจึงมีอิทธิพลต่อพวกชาวยุทธจักรเป็นอันมาก เยี่ยหัว รับบท ลุกเฮียงชวง คนสนิทของเล่าแป๊ะที่เป็นมันสมองในทุกเรื่องของเล่าแป๊ะ แต่แล้วเล่าแป๊ะกลับสงสัยว่าลุกเฮียงชวงกำลังคิดร้ายต่อตน จิงลี่ รับบท เสี่ยวเตี๊ยบ หญิงสาวที่รักกับเม่งแชฮุ้นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอคือลูกสาวของเล่าแป๊ะที่เป็นเป้าสังหารของเขา เฉินผิง รับบท กอเล่าตั่ว หญิงสาวที่เป็นหัวหน้ามือสังหาร หลิงหยุน รับบท เอี๊ยบเซี้ยง นักฆ่าอีกคนในสังกัดของกอเล่าตั่วที่สูญเสียความมั่นใจในการฆ่าคนเพราะความรัก

สร้างจากบทประพันธ์ของโกวเล้งเรื่อง ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่ ซึ่งหนังสือเรื่องนี้ได้อิทธิพลมากจากหนังสือเรื่อง The Godfather อีกที บทของเล่าแป๊ะนั้นมีความละม้ายกับ ดอน วิโต้ คอร์เลโอเน่ อยู่แปดถึงเก้าส่วน หนังเรื่องนี้ยังเป็นหนึ่งในสองเรื่องแรกที่ฉู่หยวนกำกับหนังที่สร้างจากหนังสือของโกวเล้งและประสบความสำเร็จทั้งสองเรื่อง จนทำให้ฉู่หยวนกลายเป็นผู้กำกับที่สร้างหนังจากหนังสือของโกวเล้งดีที่สุดและสร้างเอาไว้มากที่สุด เนื่องจากบทประพันธ์มีความลึกซื้งคมคาย หนังจึงทำออกมาได้ดีเช่นกัน และกลายเป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดจากการดัดแปลงหนังสือของโกวเล้งอีกด้วย
16
มังกรน่ำปัก (Martial Arts of Shaolin) (1986)
ผู้กำกับ หลิวเจียเหลียง

นักแสดง หลี่เหลียนเจี๋ย, หวงซิวเอี๋ยน, หูเจียนเฉียง, หยูไห่, หยูเจิ้งฮุย

หลี่เหลียนเจี๋ย รับบท หลวงจีนซิหมิงจากวัด  เส้าหลินเหนือที่แบกความแค้นของฆาตกรที่สังหารพ่อแม่ของเขาเอาไว้ เมื่อมีโอกาสหลวงจีนซิหมิงจึงลอบหนีออกจากวัดเพื่อล้างแค้นผู้บัญชาการทหารของแมนจูที่เป็นศัตรูของเขา หูเจียนเฉียง รับบท เจ้าเหว่ย ศิษย์ฆราวาสของวัดเส้าหลินใต้ที่ต้องการจะลอบสังหารผู้นำทหารคนนี้เช่นกันจึงได้มารู้จักกับหลวงจีนซิหมิงและร่วมมือกันในการต่อสู้ หวงซิวเอี๋ยน รับบท ซือหม่าเหยียน หญิงสาวที่สนิทสนมกับเจ้าเหว่ยและต้องการมาล้างแค้นเหมือนกับหลวงจีนซิหมิน โดยที่ซือหม่าเหยียนไม่รู้ว่าเป็นคู่หมั้นตั้งแต่ยังเด็กของหลวงจีนซิหมิน

ภาพยนตร์ในยุคแรกของหลี่เหลียนเจี๋ยและกลายเป็นงานที่ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาโดยหนังใช้พรสวรรค์จากความแคล่วคล่องในวิชามวยจีนของเขา บวกการดำเนินเรื่องที่กระชับ ในโครงเรื่องที่ไม่ซับซ้อนและหนังหันไปใช้ประโยชน์จากการออกแบบคิวบู๊และความสามารถของนักแสดงนำในฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้สนุกสนานและน่าตื่นตา จนกลายเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ ทำให้หนังดูต่างจากหนังชอว์บราเดอร์สในยุคก่อน และเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเพราะเป็นงานในช่วงที่ตลาดหนังฮ่องกงเปลี่ยนไปจากเดิมมากแล้ว
17
ฤทธิ์มีดสั้นลี้คิมฮวง (Return of the Sentimental Swordsman) (1981)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ตี้หลุง, เอ่อตงเซิน, ฟู่เซิง, เยี่ยหัว, หลิวหย่ง, หลอลี่, กุ๊ฟง, จิงลี่, ฉู่เซียงหยุน, กู้กวนจง, จิงเหมี่ยว, ฮุ่ยอิงหง, พานปิงชาง, หยวนหัว, หยวนบัน

ตี้หลุง รับบท ลี้คิมฮวง มีดบินไม่เคยพลาดเป้า เขาพบว่าพรรคเหรียญทองที่ชั่วร้ายกำลังจะสร้างความเป็นใหญ่ในบู๊ลิ้มจึงหาทางขัดขวางเท่าที่จะทำได้ เอ่อตงเซิน รับบท อาฮุย มือกระบี่พเนจรสหายรักของลี้คิมฮวงที่ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดากับผู้หญิงที่เขารักโดยไม่รู้ว่าเขากำลังถูกหลอก กุ๊ฟง รับบท เซียงกัวกิมฮ้ง ประมุขพรรคเหรียญทองที่ลึกซึ้งชั่วร้าย ฟู่เ.ซิง รับบท จิ้นบ้อเมี่ย มือกระบี่ถนัดซ้ายที่ติดตามอยู่ข้างกายเซียงกัวกิมฮ้งตลอดเวลา  เยี่ยหัว รับบท ก๊วยซ่งเอี้ยง กระบี่เหล็กที่มากน้ำใจ หลิวหย่ง รับบท ลู่ฮงเซย ที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือกับลี้คิมฮวงให้ได้ จิงลี่ รับบท ลิ่มซีอิม คนรักเก่าของลี้คิมฮวงที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ฉู่เซียงหยุน รับบท ลิ้มเซียนยี้ โฉมสะคราญที่อาฮุยหลงรักแต่เธอไม่เคยซื่อสัตย์กับอาฮุยเลย ฮุ่ยอิงหง รับบท ซุนเซี่ยวอั้ง สาวน้อยสดใสที่มากับปู่นักเล่านิทานที่รู้ความลับมากมาย

สร้างจากครึ่งหลังของหนังสือของโกวเล้งเรื่องฤทธิ์มีดสั้นที่ยังคงใช้นักแสดงสองคนจากการสร้างในครึ่งเรื่องแรกของหนังสือ นั่นคือตี้หลุงในบทลี้คิมฮวง และเอ่อตงเซินในบทอาฮุย เนื่องจากครึ่งหลังของหนังสือมีความเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม และหนังยังถ่ายทอดเหตุการณ์จากหนังสือได้ดี เดินเรื่องตามเส้นเรื่องเดียวกันเพียงแต่ตัดทอนรายละเอียดบางอย่างไป แต่หนังจึงให้อารมณ์ไม่ต่างจากนิยาย นักแสดงทุกคนต่างก็เหมาะสมกับบทของตัวเองเป็นอย่างมาก ยกเว้นฟู่เซิงที่ภาพของหนุ่มจอมทะเล้นของเขาทำให้ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือจาบทจิ้นบ้อเมี่ยได้ ถึงกระนั้นหนังก็ไม่ได้เสียหายมากมาย และยังเป็นหนังที่สร้างจากหนังสือได้ดีเรื่องหนึ่ง
18
จอมยุทธซิมเซ่งอี่ (Roving Swordsman) (1983)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ตี้หลุง, จิงลี่, จิงหงเหว่ย, กุ๊ฟง, โอวหยางเพ่ยซัน, กู้กวนจง, กวนไห่ซัน, กวนเฟิง

ตี้หลุง รับบท ซิมเซ่งอี่ ที่ครั้งนี้ต้องพบกับโจรดอกเหมยที่วางแผนจับตัวธิดาของสหายรักของเขาเพื่อแลกตัวกับตำราจัดสร้างปืนไฟ จิงลี่ รับบท โป่วอิงปวย สหายหญิงของ ซิมเซ่งอี่ที่เข้ามาช่วยด้วยการทำให้โจรดอกเหมยเข้าใจผิดในเป้าหมาย จิงหงเหว่ย รับบท ม่อย้งโกวฮวง ผู้นำของตระกูลใหญ่ที่เป็นโจรดอกเหมยเพื่อเรียกชื่อเสียงของตระกูลกลับมาอีกครั้ง กวนไห่ซัน รับบท แป๊ะเง๊กเล้า สหายของซิมเซ่งอี่ที่มีตำราสร้างปืนไฟ โอวหยางเพ่ยซัน รับบท แป๊ะเปีย ธิดาของแป๊ะเง็กเล้าที่ถูกปิดบังสถานะแท้จริงไม่ให้โจรดอกเหมยรู้ กุ๊ฟง รับบท นักบวชเปี่ยงฮวยเสนาธิการคนสำคัญของม่อย้งโกวฮวงในการวางแผนร้าย กู้กวนจง รับบท ต๊กโกวงั้ง มือสังหารที่โจรดอกเหมยนำมาปลอมแปลงโฉมและใช้ชื่อใหม่ว่าฮวงเต่งแซและกลายเป็นบริวารคนสำคัญของม่อย้งโกวฮวง

สร้างบทประพันธ์ของอึ้งเอ็งกับตอนหนึ่งของ ซิมเซ่งอี่ ในชื่อหนังสือ คัมภีร์กลียุค ซึ่งเป็นตอนที่ดีที่สุดตอนหนึ่งของหนังสือชุดนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ผู้กำกับฉู่หยวนเปลี่ยนแนวทางมาทำหนังจากหนังสือของอึ้งเอ็งนักเขียนนิยายกำลังภายในที่ทำลังมีชื่อเสียงโด่งดังไล่หลัง กิมย้งและโกวเล้งมาติด ๆ แต่นิยายของอึ้งเอ็งจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนของกิมย้งและไม่ยอกย้อนซ่อนเงื่อนเท่ากับของโกวเล้งหนังใช้โครงเรื่องจากหนังสือและเดินเรื่องตามนั้นได้ดี แต่เพราะเนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนจึงเปิดโอกาสให้มีฉากแอ๊คชั่นอย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
19
นางพญางูขาว (Madame White Snake) (1962)
ผู้กำกับ เยี่ยฟัง

นักแสดง หลินไต้, เจ้าหลุย, ตู้ชวน, หยางจื้อชิง

จากตำนานพื้นบ้านที่ถูกเล่าต่อกันมานานเกี่ยวกับความรักและอภินิหาร หลินไต้ รับบท นางพญางูขาว ปีศาจงูที่บำเพ็ญภาวนาถึงหนึ่งพันปีก่อนที่เธอจะมาอยู่บนโลกมนุษย์และได้พบกับชายหนุ่มที่ชาติก่อนเขาเคยมีประคุณกับเธอ นางพญางูขาวหรือในชื่อมนุษย์คือไป๋ซู่เจินจึงทำความรู้จักกับเขาก่อนที่จะเกิดความรักและแต่งงานกัน เจ้าหลุย รับบท สี่เซียน ชายหนุ่มธรรมดาที่ไป๋ซูเจินต้องการทดแทนพระคุณด้วยการแต่งงานกับเขา แม้พวกเขาจะผ่านชีวิตที่สุขสงบระยะหนึ่งแต่ความเป็นมนุษย์และปีศาจทำให้ต้องถูกขัดขวาง ตู้ชวน รับบท นางพญางูเขียว หรือเสี่ยวชิง น้องสาวของไป๋ซูเจินที่อยู่ด้วยกันในสถานะหญิงรับใช้ โดยที่เสี่ยวชิงคอยช่วยเหลือไป๋ซู่เจินเสมอ หยางจื้อชิง รับบท นักบวชฟ่าไห่ พระที่ต้องการจะพรากจากสี่เซียนและ ไป๋ซู่เจินเพราะเห็นว่าคนและปีศาจจะอยู่กันไม่ได้ทำเกิดศึกใหญ่กับไป๋ซู่เจิน

หนังดำเนินเรื่องตามเรื่องเล่าขานในทุกส่วนการทำเป็นหนังเพลงทำให้หนังดูโรแมนติกและชวนซึ้งในมากขึ้น ในขณะที่หลินไต้และตู้ชวนก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน หนังจึงมีการผสมผสานกันอย่างดีทั้งการเป็นหนังชีวิต หนังเพลงและหนังแฟนตาซี ในทุก ๆ ส่วนประกอบของหนังต่างก็ทำได้ดี มีทั้งความโศกเศร้าบีบน้ำตา เพลงไพเราะสนุกสนานและหวานซึ้ง ไปจนถึงเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ที่ใช้ในการเล่าเรื่องอภินิหารของนางพญางุขาวได้อย่างน่าทึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่ว่าจะมีการสร้างเรื่องเดียวกันนี้ออกมากี่ครั้ง หลายคนก็ยังประทับใจกับฉบับอมตะฉบับนี้ไม่เสื่อมคลาย
20
อินทรีย์กายสิทธิ์ (Temple of the Red Lotus) (1965)
ผู้กำกับ สิวเจิงหง

นักแสดง หวังอยู่, หลินปอ, ฉินผิง, หลอลี่, เถียนเฟิง, เกาเป่าซู่, ฝงเป่าเป่า, กุ๊ฟง, เฉินหงลี่, ฟางอี้, หลี่หยุนจง, อู๋หม่า

หวังอยู่ รับบท กุ้ยอู่ ชายหนุ่มที่ต้องการล้างแค้นให้กับบิดามารดาของเขา กุ้ยอู่เดินทางมาบ้านตระกูลจินที่เป็นบ้านของคู่หมั้นของเขาเพื่อฝึกวิชา แต่แล้วกุ้ยอู่กับสงสัยว่าคนในบ้านตระกูลจินคือโจรร้าย ฉินผิง รับบท เหลียนจู คู่หมั้นวัยเยาว์ของกุ้ยอู่ เมื่อทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วและกุ้ยอู่ต้องการไปจากบ้านตระกูลจิน เธอจึงต้องทำตาม เถียนเฟิง รับบท จินหลง ประมุขบ้านตระกูลจินที่ปลอมตัวเป็นโจรไปปล้นกลุ่มโจรพรรคบัวแดงที่แต่งตัวเป็นเปาเปียวทำให้กุ้ยอู่เข้าใจผิด หลอลี่ รับบท ตู้จวง น้องชายของพี่สะใภ้ของเหลียนจูที่แอบชอบเธออยู่ หลินปอ มีบทไม่มากนักในภาคนี้ทั้งที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องโดยรับบทเป็น หงกู จอมยุทธหญิงชุดแดงผู้ลึกลับ

หนังใช้โครงเรื่องของนิยายกำลังภายในยุคเก่าที่เน้นไปที่คุณธรรมและการพิทักษ์คุณธรรม ในขณะที่รูปแบบของคิวบู๊ดุดันขึ้นมากแม้จะยังไม่ความคล้ายคลึงกับอุปรากรจีนอยู่ไม่น้อย หนังทำเป็นหนังชุดไตรภาคและนี้คือภาคแรกโดยหนังยังใช้ตัวละครชุดเดิมทั้งสามภาค แต่ภาคแรกนี้คือหนังกำลังภายในที่เป็นหนึ่งในหนังบุกเบิกหนังในแนวทางเดียวกันของยุคนั้น คุณค่าของหนังจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่ความสนุกของเนื้อหา แต่มีคุณค่าต่อที่มาหนังกำลังภายในจนถึงปัจจุบัน
21
13 พยัคฆ์ร้ายค่ายพระกาฬ (The Heroic Ones) (1970)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, กุ๊ฟง, ฉินฮั่น, หนานกวงซวง, หวังจง, หลี่ลี่ลี่, เฉินซิง, หลิวเจียหย่ง, เจิ้งเล่ย, ถังเยี่ยนเซิน, หยางซือ

จากประวัติสำคัญช่วงปลายราชวงศ์ถังกับความขัดแย้งของทหารสองกลุ่มถูกนำมาสร้างเป็นหนังได้อย่างสนุก กุ๊ฟง รับบท หลี่เค่อหย่ง ผู้กองทัพจากดินแดนทางเหนือที่มาช่วยราชสำนักปราบกบฏแต่กลับมามีเรื่องขัดแย้งกับขุนนางใหญ่จากราชสำนัก โดยหลี่เค่อหย่งมีลูกบุญธรรม 13 คนและต่างก็เป็นนักรบมีฝีมือทั้งสิ้น เดวิดเจียง รับบท หลี่ซุนเฉียว ลูกบุญธรรมอันดับ 13 ที่เก่งกาจและเป็นผู้นำจนมีบางคนอิจฉา ตี้หลุง รับบท เหอจิงสือ อันดับ 11 ที่ดุดันและห้าวหาญ ฉินฮั่น รับบท หลี่ซือหยวน อันดับ 1 ที่ใจเย็น รอบคอบและเป็นมันสมองคนสำคัญ หนานกวงซวง รับบท หลี่ซุนฉิน อันดับ 4 ที่ไม่พอใจหลี่ซุนเฉียวที่กลายเป็นคนโปรดของพ่อบุญธรรม หวังจง รับบท จางชุนหลี่ อันดับ 11 ที่ริษยาหลี่ชุนเฉียวอีกคน เฉินซิง รับบท จูเหวิน แม่ทัพใหญ่จากราชสำนักที่ไม่พอใจหลี่เค่อหย่งและคิดจะกำจัดเพื่อหนทางก้าวสู่บัลลังก์

เนื่องจากประวัติศาสตร์ช่วงนี้มีความน่าสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อนำมาทำเป็นหนังดัแปลงเสริมแต่งเรื่องราวเข้าไปทำให้หนังน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม หนังยังคงอยู่ในกลุ่มหนังของจางเชอะที่มีเดวิดเจียงและตี้หลุงเป็นนักแสดงนำแม้จะมีบทคนอื่น ๆ เสริมเข้ามาบ้างก็ตาม อีกคนที่ยอดเยี่ยมคือกุ๊ฟง ในบทหลี่เค่อหย่ง แม่ทัพแดนเถื่อนที่มีบุคลิกเฉพาะตัว  แม้หนังจะไม่มีเวลาได้แจกแจงนักรบทั้ง 13 คน แต่ก็ยังสร้างความน่าสนใจให้กับเรื่องราวได้ ฉาก “ห้าม้าแยกสังขาร” ในช่วงท้ายเริ่มเป็นที่จดจำของคนดูหนังได้ยุคนั้นและคงความเป็นหนึ่งในฉากอมตะถึงทุกวันนี
22
ยอดมนุษย์ยุทธจักร (The 36th Chamber of Shaolin) (1978)
ผู้กำกับ หลิวเจียเหลียง

นักแสดง หลิวเจียฮุย, หลอลี่, ถังเว่ยเซียง, หลี่ไห่ซัน, หวังยี่, หยูหยาง, ฉีเส้าเฉียน, เว่ยหวัง, เฉินซือเจีย, หลิวเจียหย่ง, เจียงหนาน

หลิวเจียฮุย รับบท หลิวอี้เต๊อะ นักศึกษาหนุ่มที่ถูกตามล่าโดยทหารแมนจูหลังจากเขาเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านแมนจู ส่งผลให้ครอบครัวเขาถูกทำร้ายไปด้วย หลิวอี้เต๊อะจึงเข้าวัดเส้าหลินเพื่อฝึกวิชามาแก้แค้น และได้รับฉายาว่าหลวงจีนซานเต๋อ จากนั้นจึงลงจากเขามาเพื่อหาศิษย์ฆราวาสไปฝึกวิชาเพื่อต่อต้านราชวงศ์ชิงหลอลี่ รับบท เทียนต๊ะ ขุนนางจอมโหดของแมนจูที่กวาดล้างผู้ต่อต้านอย่างโหดเหี้ยมจนสร้างความเกลียดชังแมนจูไปทั่ว หลี่ไห่ซัน รับบท หลวงจีนธรรมวินัยที่ไม่ต้องการให้หลวงจีนซานเต๋อฝึกวิชาเพื่อการแก้แค้น

ผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือหลิวเจียเหลียง ผู้ออกแบบคิวบู๊ที่มีผลงานมามากมายโดยเฉพาะหนังของจางเชอะในยุคต้น และเรื่องนี้คืองานสร้างชื่อให้เขาขึ้นมาอยู่แถวหน้าของผู้กำกับหนังหมัดมวยจีน หลิวเจียฮุยน้องบุญธรรมของหลิวเจียเหลียงที่มารับบทหลวงจีนซานเต๋อก็โด่งดังจากเรื่องนี้เช่นกัน จุดเด่นของหนังคือช่วงฝึกวิชาของหลวงจีนซานเต๋อที่มีหลายรูปแบบที่บางอย่างก็อิงมาจากท่าทางในชีวิตประจำวันที่น่าสนใจทั้งนั้น เป็นหนังอีกเรื่องที่นำเอาเหตุการณ์ต่อต้านแมนจูในช่วงต้นราชวงศ์ชิงมาเป็นฉากหลัง โดยยังเกี่ยวข้องกับวัดเส้าหลินใต้ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในวัดเส้าหลินถูกเผาทำลายของกองทัพทหารแมนจูในเวลาต่อมา ความโด่งดังของหนังเรื่องนี้ข้ามฟากไปถึงอเมริกาและเป็นหนึ่งในหนังที่ทำให้คนอเมริกันกลุ่มหนึ่งหันมาสนใจหนังในแนว Martial Arts ของจีน
23
ฤทธิ์ดาบหัก (The Deadly Breaking Sword) (1979)
ผู้กำกับ ซุนชัง

นักแสดง ตี้หลุง, ฟู่เซิง, ซือซือ, กุ๊ฟง, หลี่ลี่ลี่, เฉินฮุ้ยเหมียน, ฮุ่ยอิงหง, อ้ายเฟย, เฮียะผิง

ตี้หลุง รับบท ต้วนฉางชิง มือกระบี่ที่มีนิสัยหยิ่งยโส และทุกครั้งที่เขาฆ่าคนกระบี่จะแทงเข้าไปที่กระดูก      ต้วนฉางชิงจึงต้องหักกระบี่เสมอและได้ฉายาจอมยุทธกระบี่หัก ฟู่เซิง รับบท เสี่ยวเตา ผู้ที่ชื่นชอบการพนันเป็นที่สุด และเพราะแพ้พนันเขาจึงต้องมาเป็นนักเลงคุมบ่อน ซือซือ รับบท หลิ่วอิ๋นจือ นางคณิกาเลื่องชื่อที่มาขอให้ต้วนฉางชิงแก้แค้นแทนเธอเพื่อเปิดโปงหัวหน้าขบวนการมือสังหารที่มีหน้าฉากเป็นหมอผู้ใจบุญ กุ๊ฟง รับบท กัวเทียนเซิ่ง หมอที่มีหน้าฉากเป็นคนใจดีแต่แท้จริงแล้วมีมือสังหารในสังกัดมากมาย หลี่ลี่ลี่ รับบท หลอจินฮัว หญิงสาวเจ้าของบ่อนที่แอบชอบเสี่ยวเตาและทำทุกอย่างเพื่อรั้งเขาเอาไว้   เฉินฮุ่ยเหมียน รับบท เหลียนซัน ศัตรูเก่าของต้วนฉางชิงที่มาขอใหกัวเทียนเซิ่งรักษาอาการบาดเจ็บและทำงานให้เขา

เพราะหนังไม่ได้นำมาจากบทประพันธ์ใดจึงเดินเรื่องไม่ซับซ้อนเล่าเรื่องตรงไปตรงมา แต่หนังก็ยังสะท้อนชีวิตของจอมยุทธทั้งหลายได้ดีไม่แพ้บทประพันธ์ของนักเขียนลือชื่อ ตัวละครของหนังเรื่องนี้ทุกคนไม่มีใครที่เป็นคนดีสักคนเดียว แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีข้อเสียมากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากันไป ไม้เว้นแม้แต่พระเอกและนางเอกของเรื่อง หนังเป็นการประชันบทบาทระหว่างตี้หลุงและฟู่เซิงที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งคู่ และทั้งสองคนต่างก็ได้รับบทที่เหมาะสมกับตัวเอง หนังยังเป็นผลงานกำกับของซุนชังผู้กำกับมีผีมือของชอว์บราเดอร์สที่มีหนังแอ๊คชั่นดี ๆ เอาไว้มากมายเลยทีเดียว
24
ซูสีไทเฮา (The Empress Dowager) (1975)
ผู้กำกับ หลี่อั่นเสียง

นักแสดง ตี้หลุง, เดวิดเจียง, หลูเอี้ยน, กุ๊ฟง, จางอิง, เหมียวเถียน, เซียวเหยา, หลินปอ, เถียนหนี, จิงเหมี่ยว, หยางจื้อชิง, หวังเซียะ, เจียงหนาน

สร้างจากช่วงสำคัญช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ช่วงปลายราชวงศ์ชิง หลูเอี้ยน รับบท ซูสีไทเฮา ผู้ที่มีอิทธิพลมากมายในราชสำนักแม้พระองค์จะวางมือจากการว่าราชการไปแล้วแต่ก็ยังใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานของฮ่องเต่อยู่เสมอ ตี้หลุง รับบท ฮ่องเต้กวางสู ที่แม้พระองค์จะมีแนวความคิดที่ดีในการปฏิรูปบ้านเมืองแต่ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของซูสีไทเฮามาตลอด เหมียวเถียน รับบท หลี่เหลียนยิง หรือหลี่กงกง ขันทีคนสนิทของซูสีไทเฮาที่มีอำนาจมากในราชสำนัก เดวิดเจียง รับบท   เหลียนไช ขันทีน้อยที่สนิทสนมกับฮ่องเต้กวางสู โดยที่เหลียนไชมีความรักต่อชาติบ้านเมืองและสนับสนุนฮ่องเต้ในการปฏิรูป เซียวเหยา รับบท พระสนมเฉิน นางสนมคนโปรดของฮ่องเต้กวางสูแต่ซูสีไทเฮาไม่โปรดปรานนาง

หนังเล่าเรื่องตามประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นถึงอำนาจล้นเหลือที่ซูสีไทเฮามีและยังส่งผลถึงอนาคตของราชวงศ์ชิงและประเทศจีนในเวลาต่อมาอีกด้วย เนื่องจากผู้กำกับมีความชำนาญในหนังประวัติศาสตร์เป้นพิเศษ หนังจึงมีเกร็ดมากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มาทอดแทรกไว้ เหมาะสำคัญการเริ่มศึกษาเรื่องราวของไทเฮาผุ้ทรงอำนาจเรื่องนี้ หลู่เอี้ยนแสดงไม่ต้องมากแต่ใช้สีหน้าและแววตาในการทำให้ซูสีไทเฮาเป็นผู้ทรงอำนาจอย่างแท้จริง ตี้หลุงเองก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทกษัตริย์หัวก้าวหน้าแต่ก็อ่อนแอจนอยู่ใต้อำนาจของไทเฮา หนังสะท้อนความเหลวแหลกในราชสำนักที่กลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการล่มสลายของราชวงศ์ชิง
25
มังกรหยก (The Brave Archer) (1977)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง ฟู่เซิง, เถียนหนิว, กุ๊ฟง, กู้กวนจง, หวังหลงเหว่ย, กั๊วะจุย, หลี่อี้หมิน, ฮุ่ยอิงหง, หลี่ซิ่วเสียน, หลิวฮุ่ยหลิง, ตี้เว่ย, อี้หยง, ไฉ่หง, หลินฮุยหวง, ลู่เฟิง, หลอเมิ่ง, ถังเยี่ยนเซิน, จูจิง, ฟานเม่ยเจิง, ซุนซุ่เพ่ย, เยี่ยเทียนสิง

จากบทประพันธ์เรื่องที่โด่งดังที่สุดของกิมย้งถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ ฟู่เซิง รับบท ก๊วยเจ๋ง เด็กหนุ่มที่เติบโตในแดน มองโกลแม้จะโง่ทึบแต่ได้รับการสั่งสอนจากยอดฝีมือ และยังมีคุณธรรมชอบช่วยเหลือผู้คน เถียนหนิว รับบท อึ้งย้ง ธิดาเจ้าเกาะดอกท้อที่หนีออกจากบ้านจนได้มารู้จักก๊วยเจ๋งและรักใคร่กัน กุ๊ฟง รับบท อั๊งฉิกกง ยาจกอุดรที่ถ่ายทอดวิชาให้กับก๊วยเจ๋งจนฝีมือกล้าแข็งขึ้น กู้กวนจง รับบท อึ้งเอี๊ยะซือ ภูตบูรพา พ่อของอึ้งย้งที่ไม่เคร่งครัดในจารีตประเพณี หวังหลงเหว่ย รับบท อาวเอี้ยงฮง พิษประจิม ผู้มีวิชาพลังคางคกที่ชั่วร้าย กว๊ะจุย รับบท จิวแป๊ะทง เฒ่าทารก ที่มีฝีมือสูงเยี่ยมแต่นิสัยเหมือนเด็ก หลี่อี้หมิน รับบท เอี้ยคัง ชายหนุ่มที่เติบโตมาในวังเจ้าของไต้กิมก๊กจนกลายเป็นคนไม่ดี ฮุ่ยอิงหง รับบท มกเนียมชื้อ หญิงสาวอาภัพที่หลงรักเอี้ยคังจนต้องเจ็บช้ำ หลี่ซิ่วเสียน รับบท อาวเอี้ยงโคก หลานชายของอาวเอี้ยงฮงที่มีนิสัยชั่วร้าย

เนื่องจากหนังสือมีความยาวมากหนังจึงต้องแบ่งเป็นหลายภาค และยังตัดบางส่วนออกไปไม่น้อยอย่างเช่นทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจงกิสข่านและมองโกลคงเหลือไว้แค่เพียงเรื่องราวในยุทธจักรของก๊วยเจ๋งเท่านั้น แม้ฟู่เซิงจะมีบุคลิกที่สนุกสนานเฮฮาปนกะล่อนและลักษณะแบบนี้อยู่ในหนังหลายเรื่องของเขา แต่เมื่อมารับบทเป็นก๊วยเจ๋งที่โง่ทึบเขาก็ยังทำได้ดีลบภาพความกะล่อนไปจนหมดและทำให้ฟู่เซิงกลายเป็นนักแสดงอีกคนที่ถูกยอมรับในบทก๊วยเจ๋ง ส่วนบทที่คู่กันคืออึ้งย้งนั้น เถียนหนิวดูน่ารักสดใสและที่สำคัฐเคมีเข้ากับฟุ่เซิงได้ดี ทั้งคู่จึงเป็นก๊วยเจ๋ง อิ้งย้งในความทรงจำอีกคู่หนึ่งทีเดียว
26
มังกรหยก ภาค 2 (The Brave Archer 2) (1978)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง ฟู่เซิง, หนิวหนิว, กุ๊ฟง, กู้กวนจง, หวังหลงเหว่ย, กั๊วะจุย, หลี่อี้หมิน, หลี่ซิ่วเสียน, ฮุ่ยอิงหง, หลอเมิ่ง, ซุนเจี้ยน, หลินเจินฉี, อี้หยง, ไฉ่หง, หลิยฮุยหวง, ฉีเส้าเฉียน, ถังเยี่ยนเซิน, ลู่เฟิง, เจียงเซิน, ตี้เว่ย, เจียนเจิน, ซุนซู่เพ่ย

ภาคที่สองของหนังที่สร้างจากบทประพันธ์เรื่องดังของกิมย้ง ที่ภาคนี้ได้นักแสดงชุดเดิมกลับมาเกือบครบยกเว้นบทอึ้งย้งที่มีการเปลี่ยนผู้แสดง ฟู่เซิง รับบท ก๊วยเจ๋ง หนุ่มคนซื่อที่พลังฝีมือเก่งขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง หนิวหนิว รับบท อึ้งย้ง ธิดาเจ้าเกาะดอกท้อที่ได้ตำแหน่งประมุขพรรคกระยาจกมาโดยไม่คาดหมาย หลี่อี้หมิน รับบท เอี้ยคัง ที่หวังชื่อเสียงและลาภยศจนลืมชาติกำเนิดของตัวเอง ฮุ่ยอิงหง รับบท มกเนี่ยมชื้อ หญิงสาวอาภัพที่หลงรักเอี้ยคังและเอี้ยคังก็เริ่มมีใจให้กับเธอ กุ๊ฟง รับบท อั้งฉิกกง ยาจกอุดรที่ถูกอาวเอี้ยงฮงทำร้ายจนบาดเจ็บ กู้กวนจง รับบท อึ้งเอี๊ยะซือ ภูตบูรพาที่มีนิสัยแปลกประหลาดไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ หวังหลงเหว่ย รับบท อาวเอี้ยงฮง พิษประจิมที่ชั่วร้าย กว๊ะจุย รับบท จิวแป๊ะทง เฒ่าทารกที่มีนิสัยเหมือนเด็ก หลี่ซิ่วเสียน รับบท อาวเอี้ยงโคก หลานชายของอาวเอี้ยงฮงที่มีนิสัยชั่วร้ายเหมือนกัน หลอเมิ่ง รับบท ฮิ้วโชยยิ้ม หัวหน้าพรรคฝ่ามือเหล็กที่ดุดัน

หนังยังคงมาในรูปแบบหนังของจางเชอะเช่นเดียวกับภาคก่อน โดยที่ดำเนินเรื่องเร็วเน้นฉากบู๊เป็นหลัก แต่ด้วยภาคนี้อยู่ในช่วงที่ดีสุดของหนังสือนั่นคือฉากก๊วยเจ๋งและอึ้งย้งหลบรักษาตัวอยู่ในห้องลับ แต่เห็นทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มังกรหยกตอนนี้จึงได้กลายเป็นภาคที่น่าสนใจขึ้นมาไม่น้อย นักแสดงนำเกือบทุกคนมารับบทเดิม แต่บทอึ้งย้งเปลี่ยนจากเถียนหนิวมาเป็นหนิวหนิวแทน หนิวหนิวคือนักแสดงที่เติบโตมาจากนักแสดงเด็กชองชอว์บราเดอร์ส ด้วยบุคลิกแล้วเธอก็เหมาะสมกับการเป็นอึ้งย้งและแสดงได้อย่างไม่ขัดเขิน หนังจึงดูได้อย่างสนุกเช่นเดิมแม้จะมีการเปลี่ยนตัวนางเอกก็ตามที
27
มังกรหยก ภาค 3 (The Brave Archer 3) (1981)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง ฟู่เซิง, หนิวหนิว, ตี้หลุง, จิงลี่, กั๊วะจุย, หลอเมิ่ง, ซุนเจี้ยน, ลู่เฟิง, เจียงเซิน, หวังลี่, หลิวฮุ่ยหลิง, หยังเซียง

ภาคที่สามของหนังที่สร้างมาจากบทประพันธ์ของกิมย้ง โดยภาคนี้หนังยังคงยึดตามเส้นเรื่องเหมือนในหนังสือ แต่มีการเพิ่มเติมตอนท้ายเข้าไปเล็กน้อย ฟู่เซิง ยังคงรับบท ก๊วยเจ๋ง และหนิวหนิว มารับบท อึ้งย้ง เช่นเดิมโดยนตอนนี้อึ้งย้งได้รับบาดเจ็บและการที่จะรักษาเธอได้ต้องใช้วิชาดรรชนีสุริยันเท่านั้น ตี้หลุง รับบท หลวงจีนอิดเต็ง ที่แต่เดิมคือตวนตี่เฮง ราชันย์ทักษิณ ที่ออกบวชเพราะความรู้สึกผิดบาปในอดีต จิงลี่ รับบท เอ็งโกว เทพคำนวณ ที่เคยเป็นเล้ากุ่ยฮุยสนมคนโปรดของตวนตี่เฮงและบาปรักทำให้เธออาฆาตแค้นเขา กว๊ะจุย รับบท จิวแป๊ะทง ที่หลงใหลในวิทยายุทธแต่ไม่เข้าใจเรื่องความรัก หลอเมิ่ง รับบท ฮิ้วโชยยิ่ม หัวหน้าพรรคผ่ามือเหล็กที่ชั่วร้าย หนังยังได้นักแสดงในกลุ่มจอมโหดมารับบทเป็นองครัก๋ษ์ของ หลวงจีนอิดเต็ง ได้แก่ ซุนเจี้ยน รับบท นักศึกษา, ลู่เฟิง รับบท คนตัดไม้, เจียงเซิง รับบท ประมง และหวังลี่ รับบท ชาวนา ที่ต่างก็เป็นหน้าด่านที่คอยสกัดก๊วยเจ๋งและอึ้งย้งไม่ให้เข้าไปหาหลวงจีนอิดเต็งได้

สิ่งที่ทำให้มังกรหยกภาคนี้แตกต่างจากสองภาคที่กล่าวมาคือความใกล้เคียงกับ “หนังแบบจางเชอะ” มาที่สุดในสามภาค โดยเฉพาะการให้นักแสดงกลุ่มจอมโหดมารับบทสำคัญในเรื่องจนแทบจะกลายเป็นหนังรวมนักแสดงกลุ่มจอมโหดอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากดำเนินเรื่องตามเส้นเรื่องหลักในหนังสือจนถึงจุดไคลแม็กซ์ในช่วงท้ายหนังแล้ว ฉากแอ๊คชั่นในช่วงท้ายของหนังบ่งบอกถึงความเป็นความจางเชอะอย่างแท้จริง นั่นคือการใช้วิชาหมัดหมวยต่อสุ้กับแบบซีเควนซ์ยาว ๆ ทำให้หนังหลุดโทนออกจากสองภาคที่แล้วมา แต่ความสนุกแบบหนังของจางเชอะยังมีอยุ่อย่างเต็มที่
28
ม่านประเพณี (The Love Eterne) (1963)
ผู้กำกับ หลี่ฮั่นเสียง

นักแสดง หลินปอ, เล่อตี้, หลี่คุน, จิงเหมี่ยว, หยางจื้อชิง, โอวหยางซาเฟย

จากนิยายรักพื้นบ้านของจีนที่มีเนื้อหาชวนรันทด ถูกนำมาสร้างเป็นหนังเพลงและคงความอมตะอีกเรื่องหนึ่ง เล่อตี้  รับบท จูอิงไถ้ หญิงสาวลูกเศรษฐีที่เป็นคนใฝ่หาความรู้ เธอขออนุญาตจากพ่อแม่ปลอมตัวเป็นชายเพื่อไปร่ำเรียนหนังสือ ทำให้จูอิงไถ้ได้พบรักที่ชวนตราตรึงใจ หลินปอ รับบท เหลียงซานป๋อ บัณฑิตหนุ่มจากครอบครัวธรรมดาที่เรียนที่เดียวกับจูอิงไถ้ ทั้งสองคนถูกชะตาตั้งแต่แรกพบและสาบานเป็นพี่น้องกัน คอยดูแลกันจนจูอิงไถ้เกิดความรักในตัวเหลียงซานป๋อโดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงปลอมเป็นชาย แต่แล้วเมื่อจูอิงไถ้มีความจำเป็นต้องกลับบ้านเธอก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่พ่อเลือกไว้ ส่วนเหลียงซานป๋อเมื่อรู้ว่าจูอิงไถ้เป็นผู้หญิงจึงเดินทางมาเพื่อสู่ขอตามประเพณีแต่ก็ไม่ทันการณ์

สิ่งสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ขึ้นหิ้งอยู่ในระดับหนังคลาสสิกอีกเรื่องหนึ่งนอกเหนือจากการนำเรื่องนิยายรักพื้นบ้านที่เกาะกินใจมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แล้วก็คือเพลงที่ไพเราะ งานสร้างที่ประณีต แม้จะให้หลินปอมาแสดงเป็นผู้ชายก็ยังไม่รู้สึกขัดเขิน และการแสดงของหลินปอและเล่อตี้นั้นยอดเยี่ยมมากทั้งการแสดงในด้วยความสามารถเฉพาะตัว ไปจนถึงเคมีที่เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ และยังมีส่วนสำคัญในความอมตะของหนังเรื่องนี้
29
ศึกเสือหยกขาว (The Jade Tiger) (1977)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ตี้หลุง, เยี่ยหัว, หลอลี่, ซือซือ, กุ๊ฟง, เอ๋อตงเซิน, หลี่ลี่ลี่, เซียงเหยา, หวังเซียะ, กู้กวนจง, ฟานเม่ยเจิง, อ้ายเฟย, จิงเหมี่ยว, ฉีเส้าเฉียน, เจียงหนาน, หยางจื้อชิง

เรื่องราวความแค้นของสองกลุ่มคือตึกไต้ฮวงตึ้งที่อยู่ฝ่ายธรรม และตระกูลถังที่ชำนาญการอาวุธลับและการใช้พิษ ตี้หลุง รับบท เตี่ยบ้อกี๋ คุณชายของไต้ฮวงตึ้งที่ต้องการล้างแค้นให้กับบิดาที่ถูกคนทรยศฆ่าตาย เตี่ยบ้อกี๋จึงตั้งใจเดินทางไปยังตระกูลถังเพียงลำพัง หลอลี่ รับบท ถังข่วย ผู้นำตระกูลถังที่กลอกกลิ้งและชั่วร้าย เยี่ยหัว รับบท ถังเง้า น้องคนที่สองของผู้นำตระกูลถัง โดยที่ถังเง้าไม่พอใจในพฤติกรรมโดยรวมของตระกูลที่ทำแต่สิ่งไม่ดีเสมอมา ซือซือ รับบท ถังหยี่น้องสาวที่สนิทสนมกับถังเง้าเพราะมีความคิดคล้ายกัน เอ่อตงเซิน รับบท ถังเง็ก น้องคนเล็กของผู้นำตระกูลถังที่โหดเหี้ยมและชั่วร้าย แต่เขาคือสะพานที่ทำให้เตี่ยบ้อกี๋ปลอมตัวเข้าตระกูลถังได้ กุ๊ฟง รับบท เซียงกัวยิ่ม ผู้นำคนที่สามของไต้ฮวงตึ้งที่เป็นคนทรยศสังหารบิดาของเตี่ยบ้อกี้แล้วมาสวามิภักดิ์ตระกูลถัง ทำให้เขาคือเป้าหมายในการล้างแค้นของเตี่ยบ้อกี๋ หวังเซียะ รับบท ซีคงเฮียวฮวง ผู้นำคนเดียวของไต้ฮวงตึ้งที่เหลืออยู่ เซียวเหยา รับบท อุ้ยหงส์เนี้ย ว่าที่ภรรยากของเตี่ยบ้อกี๋ แต่ไม่ได้แต่งงาน็เกิดเรื่องร้ายขึ้นก่อน

สร้างจากผลงานของโกงเล้งเรื่องก้องพสุธา (สำนวนแปล ว. ณ เมืองลุง ภายหลังหนังสือเปลี่ยนชื่อเป็นศึกเสือหยกขาวเหมือนกับชื่อหนัง) ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดของโกวเล้ง เนื้อหาของหนังและยอกย้อน น่าติดตาม กล่าวถึงบุญคุณ ความแค้น ความรัก และน้ำมิตรได้อย่างลึกซึ้ง แต่น่าเสียดายที่โกวเล้งวางเรื่องไว้ดีเกินไป ยอกย้อนมากไปจนโกวเล้งเองก็จบหนังสือเรื่องนี้ไม่ลง ทำให้หนังต้องสร้างตอนจบในแบบฉบับของตัวเอง แต่ถึงกระนั้นหนังก็ยังทำออกมาได้หนักแน่นยอดเยี่ยม ตั้งแต่หนังสือมาจนถึงหนังเรื่องนี้
30
เสน่ห์แม่ยั่วเมือง (The Last Woman of Shang) (1964)
ผู้กำกับ เยี่ยฟัง

นักแสดง หลินไต้, ซินหย่งกวาง, ติงหง, หนานกวงหยวน, เถียนเฟิง, จิงเหมี่ยว, หยางจื้อชิง

สร้างจากตำนานเล่าขานของหญิงงามที่ยั่วยวนกษัตริย์ทรราชจนต้องสิ้นราชวงศ์ซางในช่วง 500 กว่าปีก่อนพุทธศักราช ซนกวางหยาง รับบท พระเจ้าโจ้วหวาง กษัตริย์แห่งราชวงศ์ซางที่มีนิสัยเหี้ยมโหดจนสร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชน ยิ่งเมื่อพระองค์ได้ฮองเอาคนใหม่ที่มีรูปโฉมสวยงามจนสร้างความลุ่มหลงเป็นชนวนสำคัญให้เกิดการกบฏล้มล้างราชวงศ์ซางที่ปกครองมากว่าหกร้อยปีลงได้ หลินไต้ รับบท ต้าจี ราชธิดาของแคว้นหนึ่งที่ถูกโจ้วหวางยกทัพมาปราบและสังหารพระบิดาของเธอทำให้ต้าจีวางแผนทำลายโจ้วหวางด้วยการยั่วยวนจนลุ่มหลง หนานกวงหยวน รับบท จี้ฟะ ชายที่รักอยู่กับต้าจี เขากลายเป็นผู้นำในการล้มล้างโจ้วหวางลงได้ ติงหง รับบท จื้อเหยียน สาวใช้ของต้าจีที่ช่วยกันวางแผนจัดการกับโจ้วหยางด้วยมารยาหญิง

จากเรื่องเล่าขานตามตำนานที่มีปีศาจแปลงเป็นหญิงงามมายั่วยวนกษัตริย์จนบ้านเมืองต้องพินาศ หนังใช้เรื่องเล่าขานเดิมมาเรียบเรียงให้ดำเนินเรื่องด้วยประวัติศาสตร์สร้างความสนุกสนานและน่าสนใจขึ้นมาได้มาก โดยที่หลายส่วนยังคงอิงอยู่กับบางเหตุการณ์ของตำนานเดิม ผสมผสานกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคก่อนพุทธกาล และนับเป็นงานชิ้นเยี่ยมอีกเรื่องของหลินไต้ที่เป็นตำนานของชอว์บราเดอร์ส
31
ไอ้จิ้งจกตะไลเพลิง (The Lizard) (1972)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เยียะหัว, เฉินเป่าจู, หลอลี่, หยางจื้อชิง, เจิ้งหงเยี่ย, หม่าเจี้ยนถัง, อู๋หม่า, จงหัว, หยีฟัง, เสิ้นเตี้ยเสีย, โอวหยางซาเฟย

เยี่ยหัว รับบท เจิ้งหลง ตำรวจหนุ่มที่เซ่อซ่าและติดอ่าง แต่แท้จริงแล้วเขาคือ “ไอ้จิ้งจก” จอมโจรในชุดคลุมหน้าสีดำที่ปล้นคนรวยช่วยคนจน หลอลี่ รับบท เฉินเซียง สารวัตรปราบปรามที่มีอิทธิพลมากโดยที่เขายังมีธุรกิจมืดอยู่ด้วย และเฉินเซียงต้องการตามจับไอ้จิ้งจกให้ได้ เฉินเป่าจู รับบท เสี่ยวจิ๊ หญิงสาวที่เติบโตมาพร้อมกับเจิ้งหลง เธอชื่นชอบในตัวไอ้จิ้งจกโดยในตอนแรกเธอไม่รู้ว่าเจิ้งหลงคือไอ้จิ้งจกนั่นเอง หยางจื้อชิง รับบท อิ๋วเทียนเปียว นายตำรวจอาวุโสที่เป็นปู่ของเสี่ยวจิ๊และเป็นคนที่เลี้ยงดูเจิ้งหลงมาตั้งแต่ยังเด็ก หม่าเจี้ยนถัง รับบท จินไป๋อี่ หรือเถ้าแก่จิน ลูกน้องคนสนิทของสารวัตรเฉินเซียงที่คอยเป็นมือเป็นเท้าในการทำร้ายคนให้กับสารวัตรจอมอิทธิพล

หนังใช้เหตุการณ์ในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนที่ชาวต่างชาติเข้ามีอิทธิพลมีความแตกต่างทางชนชั้นจนต้องมีจอมโจรฮีโร่มาช่วยเหลือผู้คน.ในรูปแบบของการปล้นคนรวยช่วยคนจน หนังใช้โครงเรื่องเกี่ยวกับโจรธัมมะที่ดูเก่าแต่ก็ได้ผลในการสร้างความสนุกสนาน เยี่ยหัวและหลอลี่ต่างก็ยอดเยี่ยมในการสวมบทบาทของตัวเอง ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับหนังได้เป็นอย่างมาก โดยมีเฉินเป่าจูนางเอกที่สวยและเก่งอีกคนหนึ่งแต่เธอมีผลงานไม่มากนักกับชอว์บราเดอร์สมาช่วยสนับสนุนให้หนังสนุกสนานยิ่งขึ้น
32
เดชเซียวฮื้อยี้ (The Proud Twins) (1979)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ฟู่เซิง, อู่เหว่ยกั๊วะ, เหวินเซียะเอ๋อ, โอวหยางเพ่ยซัน, ถังชิง, หวังหย่ง,เมิ่งซุนเซียะ, กู้กวนจง, จิงเหมี่ยว, หลิวฮุ่ยหลิง, หลินฮุยหวง, อ้ายเฟย, หยางจื้อชิง

ฟู่เซิง รับบท เซียวฮื้อยี้ เด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่เติบโตมาในหุบเขาคนโฉด เมื่อเขาเข้าสู่ยุทธจักรก็พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งต้องการจะฆ่าเขา โดยที่เซียวฮื้อยี้ไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้มีความลับเกี่ยวชาติกำเนิดของเขาซ่อนอยู่ อู่เหว่ยกั๊วะ รับบท ฮวยบ้อช่วย ชายหนุ่มที่ถูกเลี้ยงดูโดยเจ้าแม่วังเคลื่อนบุปผา เขาถูกสั่งให้ฆ่า  เซียวฮื้อยี้โดยไม่รู้ว่าเขาและเซียวฮื้อยี้เป็นพี่น้องกัน และเจ้าแม่วังเคลื่อนบุปผาทำไปเพื่อแก้แค้น เหวินเซียะเอ๋อ รับบท ทิซิมลั้ง หญิงสาวที่สนิทสนมกับเซียวฮื้อยี้จนกลายเป็นความรัก โอวหยางเพ่ยซัน รับบท ม่อย้งแช จอมยุทธสาวที่ดุดันซึ่งตามล่าเซียวฮื้อยี้และทิซิมลั้งอยู่ เมิ่งซุนเซียะ รับบท เจ้าแม่วังเคลื่อนบุปผาที่ลึกซึ้งและโหดเหี้ยม ถังชิง รับบท กังเปียะเฮาะ จอมชั่วร้ายในคราบของผู้กล้า หวังหย่ง รับบท อี้น่ำเทียน พี่ร่วมสาบานของกังปังบิดาของเซียวฮื้อยี้และฮวยบ้อข่วย

สร้างจากนิยายเรื่องดังของโกวเล้งที่คนรู้จักกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะความโดดเด่นของตัวเอกและพล็อตเรื่อง โดยที่หนังได้ฟู่เซิงมารับบทเซียวฮื้อยี้ได้อย่างเหมาะเจาะและเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชอว์บราเดอร์สได้พระเอกที่เข้ากับบุคลิกตัวเอกจากหนังสือของโกวเล้งได้อย่างพอดิบพอดี แม้เนื้อหาของหนังสือจะยาวมากและมีรายละเอียดอยู่ไม่น้อย แต่หนังดัดแปลงจากหนังสือได้ดีทำได้กระชับและลงตัว และกลายเป็นอีกเรื่องที่หนังสามารถสร้างผลงานที่ดีจากหนังสือเรื่องดังของโกวเล้งได้
33
สามยิ้มพิมพ์ใจ (The Three Smiles) (1969)
ผู้กำกับ เยี่ยฟัง

นักแสดง หลินปอ, หลี่ชิง, จิงเหมี่ยว, หลี่คุน, เจิ้งหงเยี่ย

หนังเพลงจากเรื่องราวโรแมนติกน่ารักอีกเรื่องของจีน หลินปอ รับบท ถังไป่หู หนึ่งในสี่บัณฑิตของเจียงหนานที่ตกหลุมรักสาวใช้คนสวยของบ้านตระกูลหัวเพียงเพราะรอยยิ้มสามครั้งของนาง ถังไป่หูจึงปลอมตัวเป็นคนตกยากขายตัวเองเป็นบ่าวในบ้านตระกูลหัวได้ชื่อว่าหัวอัน จนกระทั่งได้เจอกับหญิงที่เขาหลงรักอีกครั้ง หลี่ชิง รับบท ชิวเซียง สาวรับใช้ในบ้านตระกูลหัวที่ความงามของเธอดึงดูดใจให้บัณฑิตชื่อดังอย่างถังไป่หูหลงรักเธอได้ เพียงแต่ชิวเซียงก็ยังไม่มั่นใจว่าถังไป่หูที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นคนเจ้าสำราญจะจริงใจกับเธอมากแค่ไหน

ความโดดเด่นของหนังนอกจากความไพเราะของเพลงและบรรยากาศของเรื่องแล้วนักแสดงก็มีส่วนไม่น้อย หลินปอยังคงดูคล่องแคล่วกับบทผู้ชายและการร้องเพลง ส่วนหลี่ชิงก็สดใสน่ารักทำให้ความงดงามของชิวเซียงดูน่าเชื่อขึ้นมาอีกด้วย เสน่ห์ของนักแสดงนำทั้งสองรวมไปถึงเพลงไพเราะที่มีอยู่ไม่น้อยในเรื่องย่อมมีส่วนในการสร้างความน่าประทับใจ โดยเฉพาะหลี่ชิงที่ทำให้ทุกคนไม่ลืมรอยยิ้มพิมพ์ใจของเธอเลยจริง ๆ นับเป็นหนังคลาสสิกที่ผ่านกาลเวลาได้อย่างสวยงาม
34
พยัคฆ์ร้ายบู๊สง (Tiger Killer) (1982)
ผู้กำกับ หลี่ฮั่นเสียง

นักแสดง ตี้หลุง, หวังผิง, กุ๊ฟง, หลิวหย่ง, หวังไหล, หยางจื้อชิง, เจียงหนาน, จิงเหมี่ยว

ตี้หลุง รับบท บู๊สง ชายหนุ่มที่มีฝีมือยอดเยี่ยม เขามีความผูกพันกับพี่ชายมาก และเมื่อพี่ชายของเขาถูกลอบวางยาพิษจนตายบู๊สงจึงต้องแก้แค้น กุ๊ฟง แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในรูปลักษณ์ของชายอัปลักษณ์โดยรับบทเป็น บู๊ตั่วนั้ง พี่ชายของบู๊สง โดยที่บู๊ตั่วนั้งรูปร่างเตี้ยแคระแต่ได้ภรรยาที่งดงามจนเป็นที่หมายปองของคนทั่วไป หวังผิง รับบท พัวกิมเหลียน ภรรยาของบู๊ตั่วนั้งที่รังเกียจสามีอัปลักษณ์ของตัวเองเพราะถูกบังคับให้แต่งงานเธอจึงลักลอบมีชู้ หลิวหย่ง รับบท ไซมึ้งเข่ง เศรษฐีหนุ่มเจ้าสำราญที่เป็นชู้กับพัวกิมเหลียน เมื่อถูกจับได้เขาจึงให้พัวกิมเหลียนวางยาพิษบู๊ตั่วนั้งเสีย หวังไหล รับบท แม่เฒ่าเห็งที่เป็นแม่สื่อให้ไซมึ้งเข่งเข้าถึงตัวพัวกิมเหลียนและลักลอบไปชู้กัน รวมทั้งยังรู้เห็นการเสียชีวิตของบู๊ตั่วนั้งอีกด้วย

สร้างจากช่วงหนึ่งของเรื่องซ้องกั๋งที่เล่าเรื่องราวของบู๊สงผู้ฆ่าเสือด้วยมือเปล่า และเกี่ยวข้องไปถึงบู๊ตั้งนั้งผู้เป็นพี่ชายและพัวกิมเหลียนที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเย้ายวนจนอยู่ในเรื่องเล่าอีกหลายเรื่องของจีน หนังเล่าเรื่องตามหนังสือซ้องกั๋งได้เป็นอย่างดีทั้งส่วนของบู๊สงและพัวกิมเหลียน แต่จุดเด่นจริง ๆ ของหนังคือการแสดงของเหล่านักแสดงนำที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งกุ๊ฟงที่เปลี่ยนโฉมตัวเองโดยสิ้นเชิง หวังผิงที่ทั้งสวยทั้งเย้ายวนสมกับเป็นพัวกิมเหลียนกันทุกคน และยอมแสดงโดยไม่หวงตัว สำหรับตี้หลุงและหลิวหย่งต่างก็ได้บทที่ถนัดและคุ้นเคยดีอยู่แล้ว จึงนับเป็นงานดรามาชั้นเยี่ยมอีกเรื่องทีเดียว
35
แค้นไอ้หนุ่ม (Vengeance!) (1970)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, หวังผิง, กุ๊ฟง, หยางจื้อชิง, เฉินซิง, หวังจง, เจิ้งเล่ย

เดวิดเจียง รับบท กวนเสี่ยวหลง ชายหนุ่มที่เดินทางกลับมาถิ่นเก่าเพื่อแก้แค้นให้กับพี่ชายที่ถูกฆ่าโดยผู้บงการคือผู้มีอิทธิพล ซึ่งกวนเสี่ยวหลงค่อย ๆ ตามล้างแค้นทีละคนจนนำไปสู่ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด หวังผิง รับบท หัวซ่งฟัง อดีตคนรักเก่าของกวนเสี่ยวหลงที่เป็นที่หมายปองของผู้ที่เป็นเป้าหมายของการล้างแค้น กวนเสี่ยวหลงจึงต้องการปกป้องเธออีกด้วย กุ๊ฟง รับบท ฟงไคเช็ค ครูมวยที่เป็นคนวางแผนฆ่าพี่ชายของกวนเสี่ยวหลงและถูกตามล้างแค้นเป็นคนแรก หยางจื้อชิง รับบท จินซู่เฉิง รองแม่ทัพที่เป็นคนเจ้าเล่ห์และมากแผนการ เขาจึงใช้การแก้แค้นของกวนเสี่ยวหลงให้เป็นประโยชน์แต่ตัวเขาเอง ตี้หลุง มีบทอยู่ไม่มากนักแต่ก็สำคัญต่อเรื่องโดยรับบทเป็น กวนยู่หลง เจ้าของโรงงิ้วและเป็นพี่ชายของกวนเสี่ยวหลงที่ถูกลอบสังหารเพราะทุกคนต้องการจะแย่งภรรยาของเขา

แม้จะเป็นหนังแอ๊คชั่นแต่ผู้กำกับจางเชอะเล่าเรื่องด้วยภาพในอารมณ์ที่นิ่งเงียบและสวยงามขัดกับเนื้อหาที่เป็นเรื่องราวของความแค้น อีกทั้งยังใช้ภาพแบบสื่อความหมายอีกด้วย เป็นงานระดับดีเยี่ยมของเขาที่พบเห็นวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ได้ไม่บ่อยนัก ทางด้านนักแสดง เดวิดเจียงยอดเยี่ยมกับการแบกหนังไว้เพียงคนเดียวเหมือนกับความแค้นที่เขาแบกไว้ บุคลิกที่นิ่งเงียบแต่ระอุอุ่นเมื่อมีความรักช่วยต่อเติมให้หนังมีมิติที่น่าดูมากยิ่งขึ้น จึงเป็นงานโชว์ของอย่างแท้จริงสำหรับผู้กำกับจางเชอะ และนักแสดงนำอย่างเดวิดเจียง
36
ศึกเพชฌฆาตสะดึงแดง (Clan of Amazons) (1978)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง หลิวหย่ง, จิงลี่, หลิงหยุน, เยียะหัว, ซือซือ, ตีปอร่า, เฉินม่านนา, ฉีเส้าเฉียน, จางอิง, ฮุ่ยอิงหง, หลิวฮุ่ยหลิง, เฮียะผิง, จงลี่, กู้กวนจง, หลินฮุยหวง, จิงเหมี่ยว, เจียนเจิน, หยางจื้อชิง, อ้ายเฟย, โอวหยางซาเฟย, หยวนหัว

สร้างจากนิยายของโกวเล้งเรื่อง หงส์ผงาดฟ้า ตอน จอมโจรปักดอกไม้ หลิวหย่ง รับบท เล็กเซี่ยวหงส์ ที่ถูกขอให้มาช่วยสืบคดีโจรในชุดแดงนั่งปักดอกไม้แต่แท้จริงคือปักตาคนจนบอดและขโมยทรัพย์สินมหาศาล ซึ่งเล็กเซี่ยวหงส์สืบทราบว่าน่าจะเกี่ยวกับขบวนการรองเท้าแดง หลิงหยุน รับบท กิมเกาเล้ง มือปราบชื่อดังที่ขอให้เล็กเซี่ยวหงส์ช่วยสืบคดีใหญ่นี้ จิงลี่ รับบท     ซิเปีย คนรักของเล็กเซี่ยวหงส์ที่มาช่วยเล็กเซี่ยวหงส์สืบหาขบวนการรองเท้าแดง เฉินม่านนา รับบท กงซุนตั่วเนี้ย หัวหน้าขบวนการรองเท้าแดงที่มีแต่ผู้หญิงล้วน ซือซือ รับบท กังคิงเฮี้ย แม่ชีที่เป็นหนึ่งในขบวนการรองเท้าแดงและมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่          ตีปอร่า รับบท อาวเอี้ยงเช้ง นางคณิกาชื่อดังที่เป็นคนของขบวนการรองท้าแดงเช่นกัน เยี่ยหัว รับบท ฮวยมั่วเล้า เพื่อนสนิทของเล็กเซี่ยวหงส์ที่คนตาบอด หนังเดินเรื่องตามหนังสือค่อนข้างมากทำให้เรื่องราวดูยอกย้อนแต่ก็สนุกสนาน ตามแบบฉบับของหนังที่สร้างจากหนังสือโกวเล้ง

สร้างจากนิยายของโกวเล้งเรื่อง หงส์ผงาดฟ้า ตอน จอมโจรปักดอกไม้ ด้วยบุคลิกของหลิวหย่งทำให้เขาเหมาะกับบทเล็กเซี่ยวหงส์เป็นที่สุดแม้จะว่าจะไม่ได้ไว้หนวดก็ตามที จุดเด่นเมื่อตอนเป็นหนังสือคือเรื่องราวของขบวนการรองเท้าแดงถูกถ่ายทอดมาเป็นหนังได้อย่างยอดเยี่ยม หนังได้นักแสดงหญิงชั้นดีหลายคนมาร่วมแสดงในบทสมาชิกขบวนการ อาทิ เฉินม่านนา, ซือซือ, ตีปอร่า, หลิวฮุ่ยหลิง, ฮุ่ยอิงหง,  เฮียะผิง และจงลี่ หนังยังเดินเรื่องตามหนังสือค่อนข้างมากทำให้เรื่องราวดูยอกย้อนแต่ก็สนุกสนาน ตามแบบฉบับของหนังที่สร้างจากหนังสือโกวเล้ง
37
ศึกวังน้ำทิพย์ (Clans of Intrigue) (1977)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ตี้หลุง, เยียะหัว, หลิงหยุน, หลี่ชิง, เหมียวเข่อซิ่ว, เป่ยตี้, เถียนชิง, กุ๊ฟง, เฉินซือเจีย, หลิวฮุ่ยหลิง, จงลี่, ฉีเส้าเฉียน, กู้กวนจง, เฮียะผิง, หยวนหัว

ตี้หลุง รับบท ชอลิ้วเฮียง จอมขโมยที่มีชื่อเสียง เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขโมยน้ำทิพย์จากวังน้ำทิพย์เพื่อใช้ฆ่าคน ชอลิ้วเฮียงจึงต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองจนได้พบกับแผนการใหญ่ เยี่ยหัว รับบท หลวงจีนบ้อฮวยผู้เยี่ยมยุทธและยังเป็นสหายรักของชอลิ้วเฮียง ซึ่งบ้อฮวยก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ หลิงหยุน       รับบท เจ๊กเตียมอั้ง หรือ หนึ่งจุดแดง มือสังหารที่ถูกจ้างมาสังหารชอลิ้วเฮียงแต่ได้กลายเป็นเพื่อนกัน หลี่ชิง รับบท เฮ็กเตียงจู หรือไข่มุกดำ ที่เดินทางจากดินแดนทะเลทรายมาสืบหาบิดาของเธอที่หายตัวไป และพบว่าบิดาของเธอคือเหยื่อคนหนึ่งของน้ำทิพย์ เป่ยตี้ รับบท อิมกี เจ้าแม่วังน้ำทิพย์ที่เกลียดผู้ชาย เหมียวเข่อซิ่ว   รับบท เก็งน่ำอี่ คนสนิทของเจ้าแม่วังน้ำทิพย์แต่เธอมีความลับซ่อนอยู่ เถียนชิง รับบท น่ำเก็งเล้ง ประมุขพรรคกระยาจกที่เป็นเบาะแสสำคัญของเรื่องนี้

สร้างบทประพันธ์เรื่องดังของโกวเล้งเรื่องจอมโจรจอมใจตอนกลิ่นหอมกลางธารเลือด ซึ่งเป็นตอนแรกของหนังสือในชุดชอลิ้วเอียง หนังไต้ตี้หลุงมารับบทชอลิ้วเฮียงซึ่งเป็นบทที่เหมาะสำหรับเขาอีกบทหนึ่ง เช่นเดียวกับหลิงหยุนที่โดดเด่นเป็นพิเศษกับบทเจีกเตี้ยมอั้งและทำให้เขาได้รับบทมือกระบี่ที่มีนิสัยเย็นชาในอีกหลายเรื่อง หลี่ชิง มาร่วมแสดงกับหนังในยุคหลังของเธอก่อนออกจากวงการในบทเฮ็กเตียงจูที่เอาแต่ใจ และกลายเป็นความน่ารักของหนังไปด้วย หนังเดินเรื่องได้ยอกย้อนแต่น่าติดตามเพราะนำมาจากโครงเรื่องในหนังสือที่ดี และกลายหนังที่ดัดแปลงจากนิยายของโก้วเล้งที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง
38
ดาบไอ้หนุ่ม (Have Sword Will Travel) (1969)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, หลี่ชิง, กุ๊ฟง, จิงเหมี่ยว, หวังจง, เฉินซิง, เจียงเหลย, เจิ้งหงเยี่ย

เดวิดเจียง รับบท หลอยี่ จอมยุทธพเนจรที่หยิ่งทะนง เขาถูกเข้าใจผิดจากว่าเป็นโจรที่มารอปล้นชิงสินค้า เมื่อทุกอย่างกระจ่างหลอยี่ก็ไปช่วยปราบพวกโจรเพราะคำขอของผู้หญิงคนหนึ่ง หลี่ชิง รับบท หยุนเพียวเพียว จอมยุทธหญิงที่มีไมตรีให้กับหลอยี่ โดยหยุนเพียวเพียวถูกส่งมาช่วยคุ้มกันสินค้ารายหนึ่งและหลอยี่ได้ช่วยเหลือเธอ ตี้หลุง รับบท เซี่ยงซือ จอมยุทธหนุ่มที่เป็นคนรักของหยุนเพียวเพียวทำให้เขาไม่ชอบหลอยี่จนเกือบเกิดการกระทบกระทั่งกัน กุ๊ฟง รับบท เจียวหง หัวหน้ากลุ่มโจรที่ลึกซึ้งชั่วร้ายและวางแผนปล้นสินค้ารายใหญ่ จิงเหมี่ยว รับบท อิงเข่อเจียง จอมยุทธที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังแต่เพราะความชราทำให้ วิทยายุทธสูญสิ้น เซี่ยงซือและหยุนเพียวเพียวจึงถูกส่งมาช่วยคุ้มกันสินค้าที่อิงเข่อเจียงจำใจรับงานจากทางการมา

หนังยุคแรกของสองพระเอกในยุคที่สองของจางเชอะหลังจากแยกทางกับหวังอยู่ โดยครั้งนี้จางเชอะได้   เดวิดเจียงที่มักจะรับบทคนใจเย็น เย้ยหยันต่อชีวิต และมักจะทำงานคนเดียว อีกคนคือตี้หลุงที่ผลงานยุคแรกของเขากับจางเชอะมักจะรับบทเป็นคนเลือดร้อน มุทะลุ แต่องอาจกล้าหาญ หนังเรื่องนี้ยังได้หลี่ชิงดาวรุ่งใบหน้าหวานมารับบทในหนังแอ๊คชั่นที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก หนังเน้นการเล่าเรื่องที่บทบาทของเดวิดเจียงในบทจอมยุทธพเนจร ทำให้หนังมีอารมณ์เหงาอยู่ไม่น้อย ชื่อหนังภาษาอังกฤษของหนังก็ล้อกับชื่อหนังตะวันตกหรือหนังคาวบอยที่ว่า Have Gun Will Travel ซึ่งหนังกำลังภายในเรื่องนี้ก็มีอารมณ์แบบหนังตะวันตกอยู่ด้วยเช่นกัน
39
ฤทธิ์ดาบหยดน้ำตา (Heroes Shed No Tears) (1980)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ฟู่เชิง, เอ่อตงเซิน, เยี่ยหัว, กุ๊ฟง, ไป่เปียว, เจ้าหย่าจือ, กู้กวนจง, จิงเหมี่ยว, หยางจื้อชิง, หลิวฮุ่ยหลิง, หลินฮุยหวง, ฮุ่ยเทียนซื่อ

ฟู่เซิง รับบท กอเกี้ยงปวย หรือ เซี่ยวกอ ที่เข้ามาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่ที่ใกล้จะเกิดการปะทะกัน โดยที่กอเกี้ยงปวยยังมีกระบี่หยดน้ำตาที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์บางอย่างอยู่อีกด้วย ไป่เปียว      รับบท ซีเบ๊เถียวคุ้ง ผู้นำของกลุ่มสำนักคุ้มกันภัยที่เหลือเพียงผู้เดียวที่ไม่ยอมสยบให้กับเขา กุ๊ฟง รับบท จูเม่ง ผู้เหี้ยมหาญที่ไม่ยอมสยบให้กับซีเบ๊เถียวคุ้งและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ เอ่อตงเซิง รับบท จั๋วตังไล้ ที่ปรึกษาของซีเบ๊เถียวคุ้งที่เป็นคนฉลาดแต่ลึกซึ้งเยือกเย็นและเขาคือคนที่ทำให้ซีเบ๊เถียงคุ้งและจูเม่งเป็นศัตรูกัน เยี่ยหัว รับบท เซียวลุ่ยฮวย ชายลึกลับที่ถือกล่องไม้ที่ว่ากันว่าเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุด และเขาคือตัวแปรสำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนี้ เจ้าหย่าจือ รับบท เตี๊ยบบู๊ หญิงสาวที่จูเม่งลุ่มหลง แต่เธอก็มีสัมพันธ์กับกอเกี้ยงปวยเช่นกัน

สร้างจากนิยายของโกวเล้งเรื่องไม่มีน้ำตาวีรบุรุษ (สำนวน ว. ณ เมืองลุง) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ จอมยุทธไร้น้ำตา (สำนวน น. นพรัตน์) หนังเดินเรื่องเข้มข้นแต่ยอกย้อนตามแบบของงานประพันธ์ยุคหลังของโกวเล้ง ซึ่งในหนังสือจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมากกว่าฉากบู๊ แต่เมื่อปรับมาเป็นหนังแล้วส่วนของความเป็นแอ๊คชั่นก็มากขึ้น แต่หนังก็สามารถถ่ายทอดใจความสำคัญของหนังสือออกมาได้ดี ได้ความเป็นหนังในแบบโกวเล้งอย่างครบถ้วน นับเป็นงานจับคู่ของผู้กำกับฉู่หยวนและนิยายของโกวเล้งที่ดีอีกเรื่องหนึ่ง
40
ศึกยุทธจักรหงส์บิน (The Sentimental Swordsman) (1977)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ตี้หลุง, เอ่อตงเซิน, จิงลี่, เยี่ยะหัว, หวีอันอัน, กุ๊ฟง, ฟานเม่ยเจิง, ฉีเส้าเฉียน, อ้ายเฟย, หยางจื้อชิง, จิงเหมี่ยว, กู้กวนจง, หยวนหัว, หวังซา, เจียงหนาน, ฟงเคอะอัน

ตี้หลุง รับบท ลี้คิมฮวง ที่มีฉายามีดบินไม่พลาดเป้า แต่เขาเร้นกายด้วยเหตุผลส่วนตัวนานสิบปีก่อนที่จะกลับออกมาเพราะได้ข่าวโจรดอกเหมยอออาละวาดในยุทธจักอีกครั้งหนึ่ง เอ่อตงเซิน รับบท อาฮุย มือกระบี่พเนจรที่มีฝีมือยอดเยี่ยม แต่ชอบใช้ชีวิตเดียวดาย กระนั้นอาฮุยและลี้คิมฮวงต่างถูกชะตากันจนคบกันเป็นสหาย เยี่ยหัว นับบท เล่งโซ่วฮุ้น ผู้ที่เคยช่วยชีวิตลี้คิมฮวงไว้ในอดีตและเกิดมาชอบคนรักของลี้คิมฮวง ทำให้ลี้คิมฮวงต้องสละคนรักให้ก่อนหายหน้าไป จิงลี่ รับบท ลิ้นเซียนยี้ โฉมสะคราญบู๊ลิ้มที่ประกาศจะแต่งงานกับคนที่ฆ่าโจรดอกเหมยได้ ทำให้เกิดการปั่นป่วนไปทั่ว เพราะมีจอมยุทธมากมายมาชุมนุมกันเพื่อฆ่าโจรดอกเหมายให้ได้ หวีอันอัน รับบท ลิ่มซีอิม อดีตคนรักของลี้คิมฮวงที่เขาเสียสละให้แต่งงานกับเล่งโซ่วฮุ้นโดยไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของนาง

หนังสร้างจากบทประพันธ์เรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโกวเล้งเรื่องฤทธิ์มีดสั้น แต่หนังเลือกมาเฉพาะครึ่งเรื่องแรกของเรื่องที่เป็นตอนโจรดอกเหมย โดยที่หนังยังคงใช้ตัวละครหลักและการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่คล้ายบทประพันธ์รวมทั้งให้อารมณ์ของหนังที่เหมือนหนังสือเช่นกัน ตี้หลุงก็เหมาะกับบทลี้คิมฮวงมาก และเป็นอีกครั้งที่เขาได้รับบทเป็นตัวเอกที่โด่งดังจากหนังสือของโกวเล้ง ส่วนเอ่อตงเซินก็ดูเหมาะสมกับบทอาฮุยไม่น้อย แม้ตอนจบของหนังจะเปลี่ยนไปจากหนังสือแต่ก็ยังเป็นงานที่ดัดแปลงจากหนังสือของโกวเล้งที่ดีเรื่องหนึ่ง
41
เดชไอ้ด้วน (One-Armed Swordsman) (1967)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง หวังอยู่, เจียวเจียว, พานอิ๋งจือ, เถียนเฟิง, หยางจื้อชิง, กุ๊ฟง, จางเพ่ยซัน, หวังจงซิ่น, หลิวเจียเหลียง, ถังเจีย, ฟางเม่ยเจิง, เจิ้งเล่ย

หวังอยู่ รับบท ฟางกัง เด็กกำพร้าที่ถูกชุบเลี้ยงโดยยอดฝีมือและสอนวิทยายุทธให้ แต่แล้วมีเหตุที่ทำให้เขาต้องแขนขาดจนต้องหนีออกจากสำนัก วาสนาในคราเคราะห์ทำให้ฟางกังได้ฝึกวิชาใหม่ที่เข้ากับการเป็นคนแขนเดียวของเขา และได้ปกป้องสำนักของอาจารย์ เถียนเฟิง รับบท ฉีลู่ฟง อาจารย์ที่เลี้ยงฟางกังมาและให้ความรักอย่างเต็มที่ พานอิ๋งจือ รับบท ซือเม่ย ลูกสาวของฉีลู่ฟงที่มีนิสัยเอาแต่ใจ แม้เธอจะแอบชอบฟางกังอยู่แต่เพราะความดื้อรั้นทำให้ซือเม่ยเป็นคนตัดแขนขวาของฟางกังจนขาด เจียวเจียว รับบท เสี่ยวม่าน สาวชนบทที่ช่วยฟางกังเอาไว้หลังจากเขาแขนขาด โดยที่เธอคอยให้การพยาบาลฟางกังจนหายและเกิดความรักกัน หยางจื้อชิง รับบท ปีศาจแขนยาว ศัตรูเก่าของฉีลู่ฟงที่คิดอาวุธทำลายระบวนท่าของฉีลู่ฟงและลูกศิษย์ได้และกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญ

หนังกำลังภายในยุคบุกเบิกของชอว์บราเดอร์ที่กำกับโดยจางเชอะ และกลายเป็นต้นแบบของหนังกำลังภายใน หนังโดดเด่นด้วยเนื้อหาที่ดีเยี่ยมและคิวบู๊ที่สนุกฉับไว ทำให้หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นตำนานหน้าสำคัญของวงการหนังฮ่องกงเช่นเดียวกับชื่อของจางเชอะและหวังอยู่ก็เป็นตำนานด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหวังอยู่ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของเอเชียตะวันออกในยุคนั้น และยังทำให้บทบาทคนแขนด้วนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเขาจนต้องมารับบทจอมยุทธแขนเดียวหรือพิการแบบอื่น ๆ ในหนังต่อมาอีกหลายเรื่อง เหตุการณ์ช่วงที่พระเอกของเรื่องถูกตัดแขนได้แรงบันดาลใจจากนิยายเรื่อง มังกรหยก ภาค 2 หรือ เอี้ยก่วย จอมยุทธอินทรี อย่างเห็นได้ชัด
42
9 พยัคฆ์ เจ้าพญายม (Shaolin Temple) (1976)

ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, ฟู่เซิง, ชิกวนชุน, เยี่ยหัว, หลิวหย่ง, หวังจง, เว่ยหวัง, หวังหลงเหว่ย,  หลี่อี้หมิน, ถังเยี่ยนเซิน, กั๊วะจุย, ซือซือ, ซานเหมา, กุ๊ฟง, หวังซิง, เจียงเซิน, ลู่เฟิง, ไฉ่หัว, เจียงหนาน

หนังเล่าเรื่องราวของศิษย์เอกเส้าหลินจำนวนหนึ่งที่ต่อสู้กับพวกแมนจู ฟู่เซิง รับบท ฟางซื่ออี้ ที่มีนิสัยคึกคะนอง ชิกวนชุน รับบท หูฮุ่ยเฉียง ที่แบกความแค้นไว้ เว่ยหวัง รับบท    หงซีกวน ที่มีความเป็นผู้นำ ทั้งสามคนคือศิษย์ฆราวาสรุ่นแรกที่วัดเส้าหลินใต้รับไว้เพราะเล็งเห็นว่าภัยจากกองทัพแมนจูกำลังจะมา เดวิดเจียง รับบท หูเต๋อตี้, ตี้หลุง รับบท ไช่เต๋อจง, เยี่ยหัว รับบท หลีซื่อไข่, หลิวหย่ง รับบท หม่าเชาซิง, หวังจง รับบท ฟางต้าหง และ หวังหลงเหว่ย รับบท หม่าฟู่อี้ ทหารในสังกัดเจิ้งอู่อ๋องที่เป็นศัตรูกับแมนจู เมื่อกองทัพของพวกเขาพ่ายแพ้คนทั้งหกจึงมาฝึกวิชาที่วัดเส้าหลินใต้ ซือซือ มีบทอยู่เล็กน้อยเป็นเหยียนหย่งชุนเพื่อนวัยเด็กของไช่เต๋อจง หนังมีตัวละครมากมายแสดงให้เห็นถึงวิธีการฝึกวิชาตามบุคลิกของแต่ละคนที่วัดเส้าหลินจัดได้อย่างเหมาะเจาะ 20 นาทีท้ายของหนังคือฉากต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และเป็นหนังเกี่ยวกับการเผาทำลายวัดเส้าหลินใต้ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง

จากเรื่องจริงในยุคราชวงศ์ชิงเกี่ยวกับการกวาดล้างวัดเส้าหลินใต้ที่ต่อต้านแมนจูที่ถูกเล่าขานในหนังฮ่องกงมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้คือครั้งสำคัญเพราะมีการกล่าวอ้างถึงศิษย์เส้าหลินใต้กันแบบครบทีม โดยเฉพาะสามศิษย์เอกคือ หงซีกวน, ฟางซื่ออี้ และ หูฮุ่ยเฉียง หนังจึงเต็มไปด้วยฉากบู๊อยู่เกือบตลอดเรื่อง ถ้าไม่ใช่ฉากต่อสู้ก็จะแสดงถึงการฝึกวิชาฝีมือในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งแบบฝึกโดยตรงและฝึกโดยอ้อม ฟู่เซิง ยังคงรับบท ฟางซื่ออี้ ที่กลายเป็นบทประจำตัวเขาไปแล้ว เช่นเดียวกับชิกวน
43
อสูรเพชฌฆาต (The Assassin) (1967)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง หวังอยู่, เจียวเจียว, เถียนเฟิง, หวังจงซิ่น, ฟางเหมี่ยน, หลี่เซียงชุน, เจียงเหลย, จางเพ่ยซัน, หลินจิง, จ้าวซินเยิ่น, ถังเจีย

หวังอยู่ รับบท เนี่ยเจิ้ง ชายหนุ่มจากแคว้นเว่ยที่มีปณิธานแรงกล้าที่จะสร้างชื่อ แต่กลับต้องหนีภัยมาอยู่ที่แคว้นฉีและประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าขายหมู แต่แล้วเขาได้รู้จักกับอดีตขุนนางผู้หนึ่งและยอมทำงานลอบสังหารให้ขุนนางผู้นั้นเพื่อผดุงคุณธรรม เถียนเฟิง รับบท เหยียนจ้งจื่อ ขุนนางแคว้นหานที่หนีภัยการเมืองเพราะไปขวางทางการแสวงหาอำนาจของอำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่ เหยียนจ้งจื่อจึงมาขอให้เนี่ยเจิ้งทำงานลอบสังหารให้กับเขา หวังจงซิ่น รับบท หานขุย อำมาตย์แคว้นหานที่คิดจะสวามิภักดิ์แคว้นฉินที่มีอำนาจมากมายเขาคือคนที่เป้าหมายของการลอบสังหาร เจียวเจียว รับบท เซี่ยอิง สาวชาวบ้านที่เป็นคนรักของเนี่ยเจิ้งที่ไม่มีวาสนาจะได้อยู่ด้วยกัน

หนังใช้เหตุการณ์ในยุคจ้านกว๋อ (พ.ศ.67 – 322) ที่ประเทศจีนแบ่งออกเป็น 7 แคว้น คือ ฉิน ฉู่ ฉี หาน เว่ย เจ้า และเอี้ยน กับตำนานมือสังหารคนหนึ่งของยุคนั้นที่ชื่อเนี่ยเจิ้งซึ่งมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ หนังดำเนินเรื่องได้อย่างเคร่งขรึมและจริงจังสมกับเนื้อหาและบุคลิกของตัวเอก ทำให้หนังมีความลุ่มลึกอีกทั้งยังสะท้อนชีวิตและปรัชญาในยุคจ้านกว๋อได้ดี เป็นผลงานชั้นเยี่ยมอีกเรื่องของจางเชอะและหวังอยู่ ทำให้หนังมีคุณค่ามากกว่าแค่การเป็นหนังบู๊ธรรมดาเรื่องหนึ่ง
44
เดชไอ้เปีย (The Blood Brothers) (1973)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, เฉินกวนไถ้, จิงลี่, เถียนชิง, หยางเจ๋อหลิน, จิงเหมี่ยว, ฟานเม่ยเจิง, เจียงเต้า,

หลี่ซิ่วเสียน

ตี้หลุง รับบท หม่าซิงอี้ ผู้มีความทะเยอทะยาน เขารวบรวมคนจากค่ายโจรได้กลุ่มหนึ่งแล้วไปสอบรับราชการจนได้เป็นขุนนางและใช้กำลังคนของเขาเป็นฐานอำนาจ แต่เมื่อเขามาทรยศพี่น้องทำให้หม่าซิงอี้ถูกล้างแค้น เฉินกวนไถ้ รับบท หวังจ้ง น้องร่วมสาบานของคนที่สองของหม่าซิงอี้ โดยเขาเป็นคนใจร้อน วู่วาม ตรงไปตรงมา และมีภรรยาที่สดสวยจนเป็นเหตุให้ถูกหม่าซิงอี้กำจัด เดวิดเจียง รับบท จางเหวินเฉียง น้องเล็กในสามคนพี่น้อง เขาเป็นคนฉลาด ทันคน และรักความถูกต้องจึงคิดลอบสังหารหม่าซิงอี้เพื่อล้างแค้น  จิงลี่ รับบท เม่ยหลาน ภรรยาของหวังจ้งที่กลายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในคนทั้งสามเพราะแอบมีใจให้หม่าซิงอี้

จากเรื่องจริงของเหตุการณ์ช่วงกบฏไทผิงในยุคปลายราชวงศ์ชิงถูกนำมาถ่ายทอดเป็นหนังกังฟูแบบของ  จางเชอะที่ดุเดือดเข้มข้น หนังได้สามนักแสดงชั้นนำในบทแอ๊คชั่นของชอว์บราเดอร์ยุคนั้นมาร่วมแสดง บทบาทพระเอกเป็นของเดวิดเจียงที่โด่งดังที่สุด บทคนใจร้อนเป็นของเฉินกวนไถ้ที่ติดอยู่กับบทแบบนี้อยู่นาน ส่วนตัวร้ายเป็นของตี้หลุงซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นหนังจำนานน้อยเรื่องมากที่ตี้หลุงแสดงเป็นผู้ร้าย หนังไม่มุ่งเน้นในด้านประวัติศาสตร์แต่เล่าเรื่องของความสัมพันธ์ของพี่น้องร่วมน้ำสาบานมากกว่า นอกจากนี้หนังยังเล่าเรื่องแบบแฟลชแบ๊คที่หาได้ยากในหนังยุคนั้นอีกด้วย เหตุการณ์เดียวกันนี้ถูกนำมาสร้างใหม่เป็นหนังเรื่อง The Warlords (2007)
45
นักชกจากชานตุง (The Boxer from Shantung) (1972)
ผู้กำกับ จางเชอะ, เปาซู่หลี่

นักแสดง เฉินกวนไถ้, จิงลี่, เดวิดเจียง, กุ๊ฟง, เถียนชิง, เจิ้งหงเยี่ย, ฟางอี้, เจียงหนาน,หวังซิง, หวังจง, ถังเยี่ยเซิน, ฟงเคอะอัน

เฉินกวนไถ้ รับบท หม่าหย่งเจิ้น ชายหนุ่มจากชานตุงที่เข้ามาแสวงโชคในเซี่ยงไฮ้แล้วพบว่าฝีมือกังฟูและหมัดที่หนักของเขาทำให้เขาได้เป็นหัวหน้านักเลงที่โด่งดังคนหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องลงเอยเหมือนกับนักเลงทั่วไป เดวิดเจียง รับบท ถันซื่อ นักเลงเก่าในเซี่ยงไฮ้ที่หม่าหย่งเจิ้นถือเป็นต้นแบบและต้องการจะยิ่งใหญ่แบบถันซื่อให้ได้ จิงลี่ รับบท จินหลิงจื่อ นักร้องสาวที่ชื่นชมในตัวหม่าหย่งเจิ้นเพราะความเป็นลูกผู้ชายของเขา แต่แล้วเธอต้องผิดหวังเมื่อหม่าหย่งเจิ้นเลือกใช้ชีวิตในแบบนักเลง เจิ้งหงเยี่ย รับบท เสี่ยวเจียงเป่ย เพื่อนสนิทของหม่าหย่งเจิ้นที่เป็นคนสัตย์ชื่อและไม่เหมาะกับชีวิตแบบนักเลง เจียงหนาน รับบท เถ้าแก่หยาง ที่ต้องการกำจัดหม่าหย่งเจิ้นที่กำลังจะมาแย่งผลประโยชน์กับเขา

เรื่องราวของวงการนักเลงในเซี่ยงไฮ้ยุคทศวรรษ 20 ที่มีนักแสดงโชคทั่วแผ่นดินจีนเข้ามาหางานทำที่เซี่ยงไฮ้เมืองท่าสำคัญที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ชื่อหม่าหย่งเจิ้นเป็นชื่อของนักเลงในตำนานด้วยหมัดที่หนักและไม่เคยกลัวใคร จุดเด่นของหนังการแสดงของเฉินกวนไท้ที่รับบทหม่าหย่งเจิ้นได้อย่างยอดเยี่ยมและกลายเป็นหนึ่งบทที่ดีที่สุดของเขา ฉากแอ๊คชั่นในช่วงท้ายถือเป็นฉากที่ดีที่สุดฉากหนึ่งในหนังของจางเชอะเลยทีเดียว ชื่อของหม่าหย่งเจิ้นถูกนำเล่าขานบนจอโทรทัศน์และจอภาพยนตร์บ่อยครั้ง ล่าสุดคือเรื่อง อึ้ง ทึ่ง สู้ (Once Upon a Time in Shanghai) (2014) โดยสองนักแสดงจากเรื่องเดิมคือ เฉินกวนไถ้ และฟงเคอะอัน มาร่วมแสดงด้วย
46
จอมโหด 5 อสรพิษ (The Five Venoms) (1978)
ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง กั๊วะจุย, ซุนเจี้ยน, เว่ยไป่, ลู่เฟิง, หลอเมิ่ง, เจียงเซิง, หวังหลงเหว่ย, กุ๊ฟง, ตี้เว่ย, ซุนซู่เพ่ย

เรื่องราวของสำนักบ้านห้าพิษที่มีวิชามวย 5 แบบ มีศิษย์ 5 คนที่บางคนไม่รู้จักกันและมาต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงขุมทรัพย์ ลู่เฟิง รับบท ทั่งซานคุ่ย ศิษย์คนโตที่ฝึกวิชามวยตะขาบ โดยเขาเป็นคนเลือดร้อนและโหดเหี้ยม ด้วยการฆ่าซือเจ่กทั้งครอบครัวเพื่อชิงสมบัติ ไป่เว่ย รับบท หงเหวินทง ศิษย์คนที่สองที่ฝึกมวยงู เขาเป็นคนร่ำรวยมีเงินทอง แต่ก็ยังร่วมมือกับ ทั่งซานคุ่ยในการชิงสมบัติ ซุนเจี้ยน รับบท หม่าเถิง มือปราบที่ดูใจดี แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นคนลึกซึ้งและเลือดเย็น เพราะเขาคือศิษย์คนที่สามที่ฝึกมวยแมงป่องแต่ไม่มีใครรู้ กว๊ะจุย รับบท เหอหยวนซิง มือปราบลูกน้องของหม่าเถิง โดยที่เขาเป็นคนจริงใจและรักความเป็นธรรมซึ่ง            เหอหยวนซิงคือศิษย์คนที่สี่ฝึกมวยตุ๊กแก หลอเมิ่ง รับบท หลี่หาว ศิษย์คนที่ห้าที่ฝึกมวยคางคก เขาเป็นคนมุทะลุและเปิดเผยจนกลายเป็นจุดอ่อน เจียงเซิง รับบท หยางเต๋อ ศิษย์คนที่หกของบ้านห้าพิษที่อาจารย์ส่งมาให้กำจัดศิษย์ชั่วของสำนัก

หลังจากที่จางเชอะปั้นนักแสดงชายให้กลายเป็นนักแสดงแอ๊คชั่นมาแล้วหลายคน เขาจึงนำเอาบรรดาสตั๊นท์แมนในสังกัดของเขาที่เคยแสดงเป็นตัวประกอบมาก่อนหน้านี้มารับบทนำเป็นครั้งแรก แล้วเขียนบทให้ทุกคนมีความเด่นทัดเทียมกันตามบุคลิกของแต่ละคน จึงกำเนิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมา นักแสดงนำทุกคนของเรื่องเป็นนักแสดงใหม่ที่แทบจะหาความหล่อเหลาไม่ได้เลย แต่ทุกคนต่างมีความโดดเด่นด้านวิชาหมัดหมวยและคิวบู๊เลยได้กลายเป็นนักแสดงดังมีผลงานออกมามากมายถูกเรียกขานในเมืองไทยว่า “กลุ่มจอมโหด” แต่ที่ต่างประเทศเรียกกลุ่มของพวกเขาว่า “The Venoms” ตามชื่อหนังเรื่องนี้ จอมโหด 5 อสรพิษ หรือ The Five Venoms จึงกลายเป็นหนังระดับตำนานอีกเรื่องหนึ่งของวงการหนัง Martial Arts กันเลนทีเดียว
47
ฤทธิ์จักรพญายม (The Flying Guillotine) (1975)
ผู้กำกับ เหอเมิ่งหัว

นักแสดง เฉินกวนไถ้, กุ๊ฟง, เว่ยหวัง, เจียงหยาง, หลิวอู๋จื่อ, หวังยี่, ฉีเส้าเฉียน

เฉินกวนไถ้ รับบท  หม่าเถิง ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้มาเป็นมือสังหารตามคำสั่งของหย่งเจิ้นฮ่องเต้โดยเขาต้องฝึกอาวุธคือจักรบินสังหารที่ใช้ฆ่าคนในระยะร้อยก้าว และหม่าเถิงคือผู้ที่ใช้จักรสังหารได้ดีกว่าใคร ๆ แต่เขาพบถึงความไม่ถูกต้องเมื่อคนที่เขาสังหารต่างก็เป็นขุนนางตงฉิน หม่าเถิงจึงคิดถอนตัวแต่หย่งเจิ้นฮ่องเต้ก็ส่งคนตามล่าตัวเขา กุ๊ฟง รับบท ซินคัง ขุนนางที่ได้รับมอบหมายจากฮ่องเต้ให้จัดทำอาวุธจักรสังหารต้องตั้งชุดนักฆ่าขึ้นมา เว่ยหวัง รับบท สี่ซวงคุน หนึ่งในชุดมือสังหารที่ริษยา  หม่าเถิงจึงหาเรื่องใส่ร้ายจนหม่าเถิงต้องหลบหนี และสี่ซวงคุนยังวางแผนยึดอำนาจจากซินคังอีกด้วย หลิวอู๋จื่อ รับบท อี้ผิง สาวเล่นปาหี่หาเงินที่ช่วยหม่าเถิงไว้ระหว่างหลบหนีและได้แต่งงานกัน จุดเด่นของหนังคือการออกแบบอาวุธนอกระบบได้อย่างน่ากลัวสร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย ในขณะที่เนื้อเรื่องก็เข้มข้นน่าติดตาม

หนังใช้เรื่องราวในรัชสมัยหย่งเจิ้นฮ่องเต้ของราชวงศ์ชิงหนึ่งในกษัตริย์ในยุคต้นของรางวงศ์แมนจูที่มักจะมีการใช้อำนาจในทางโหดเหี้ยม และพระองค์ต้องการกำจัดขุนนางที่ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม จุดเด่นของหนังคืออาวุธนอกระบบที่ฆ่าคนได้ในระยะไกลโดยเป็นอาวุธที่น่ากลัวและโหดเหี้ยม โดยที่เหยื่อที่โดนจักรสังหารศีรษะจะหลุดจากบ่า ทำให้หนังมีภาพที่น่ากลัวเกิดขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา แม้หนังจะเป็นเรื่องแต่งขึ้นโดยไม่มีเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์มารองรับ แต่การใช้ราชวงศ์ชิงของแมนจูเป็นฝ่ายคนร้ายก็สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนังได้มากเพราะความจริงที่เข้มงวดของราชวงศ์ชิงที่ปกครองจีนในยุคนั้นนั่นเอง 
48
จอมดาบเจ้ายุทธจักร (The Magic Blade) (1976)
ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง ตี้หลุง, หลอลี่, จิงลี่, เถียนหนี, กุ๊ฟง, จิงเหมี่ยว, ถังชิง, ฟานเม่ยเจิง, หลีลี่ลี่, ฉีเส้าเฉียน, กู้กวนจง, เฉินซือเจีย

ตี้หลุง รับบท ฟู่หงเซียะ มือดาบที่มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งแต่ชีวิตกลับต้องพเนจรเพราะความผิดหวังในอดีต แต่แล้วฟู่หงเซียะกลับตกเป็นเป้าการไล่ล่าจากองค์กรชั่วร้ายที่เรียกตัวเองว่ากงจื้ออู้ผู้ลึกลับ หลอลี่ รับบท เอี้ยนหนานเฟย ผู้ที่ต้องการท้าประลองกับฟู่หงเซียะเพื่อหาผู้มีฝีมือดันดับหนึ่งแต่แล้วกลับต้องมาสืบหาที่มาขององค์กรร้ายนี้ด้วยกัน จิงลี่ รับบท ชิวอี้เจิน ธิดาสำนักนกยูงที่มีขนนกยูงอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในยุทธจักรอันเป็นเป้าหมายขององค์กรชั่วร้ายนี้ เถียนหนี รับบท หมิงเยียะซิน หญิงสาวลึกลับที่รู้ความลับขององค์กรนี้ หลิวฮุ่ยหลิง, ฟานเม่ยเจิง, หลี่ลี่ลี่, ฉีเส้าเฉียน และกุ๊ฟง รับบท ซือ ฮั่ว ฉิน ฉี เจี้ยน ห้ามือสังหารของกงจื้ออู้ที่ตามล่าฟู่หงเซียะและพวกเพื่อช่วงชิงขนนกยูง

สร้างจากบทประพันธ์ของโกวเล้งเรื่อง ขอบฟ้า จันทรา ดาบ เป็นหนึ่งในสองเรื่องแรกที่ฉู่หยวนกำกับหนังที่สร้างจากหนังสือของโกวเล้งและประสบความสำเร็จทั้งสองเรื่อง จนทำให้ฉู่หยวนกลายเป็นผู้กำกับที่สร้างหนังจากหนังสือของโกวเล้งดีที่สุดและสร้างเอาไว้มากที่สุด เนื้อหาของหนังดูยอกย้อนสับสนเพราะต้นฉบับหนังสือเป็นเช่นนั้นเนื่องจากโกวเล้งเขียนเอาไว้ในช่วงที่เศร้าสร้อยจากการที่ภรรยาทิ้งเขาไป เนื้อหาของหนังมีการดัดแปลงจากนิยายไปบ้างพอควร แต่จุดเด่นของหนังคือตี้หลุงกับการรับบทฟู่หงเซียะได้อย่างยอดเยี่ยมและกลายเป็นบทปะจำตัวของเขาอีกบทหนึ่ง โดยที่เขายังรับบทเป็นฟู่หงเซียะในเรื่องถัดมาคือ Pursuit of Vengeance (1977) ที่หนังสือเป็นภาคต้นของเรื่องนี้และA Warrior’s Tragedy (1993) ในอีก 17 ปีถัดมา
49
ฤทธิ์ดาบฟ้าลั่น (The Proud Youth) (1978)
ผู้กำกับ ซุนจัง

นักแสดง หวังยี่, ซือซือ, ฟงซุ่ยฟาง, เฉินฮุ่ยเหมียน, กุ๊ฟง, หวังจง, หลิงหยุน, อี้หยง, หลิวฮุ่ยหลิง, จงลี่, เถียนชิง, จิงเหมี่ยว, หยางฉีอิง, เจียนเจิน, เฮียะผิง

หวังยี่ รับบท หนานกงซง ศิษย์คนโตของสำนักหัวซาน หนึ่งในสำนักห้าบรรพต โดยที่หนานกงซงเป็นคนยึดมั่นคุณธรรมแต่ปล่อยตัวไม่สำรวมจนเป็นเหตุให้รู้จักกับคนของพรรคสุริยันที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคมาร ซือซือ รับบท ไป๋อิงอิง ธิดาของเจ้าสำนักสุริยันที่มีความสามารถในด้านดนตรีทำให้รู้จักกับหนานกงซงโดยบังเอิญ ความมีน้ำใจของหนานกงซงทำให้ไป๋อิงอิงประทับใจในตัวเขา ฟงซุ่ยฟาง รับบท ลั่วเชาจิ้ง เจ้าสำนักหัวซานที่วางตัวว่าเคร่งครัดในคุณธรรมและไม่พอใจหนานกงซงอยู่หลายครั้ง  กุ๊ฟง รับบท ไป๋จิ้งเทียน เจ้าสำนักสุริยันที่ถูกลูกน้องทรยศและจับตัวคุมขังไว้ เถียนชิง รับบท ซือหม่าอู๋จี้ คนทรยศของสำนักสุริยันและจับไป๋จิ้งเทียนไว้ โดยที่ซือหม่าอู๋จี้ฝึกวิชามารขั้นสูงสุดที่ต้องตอนตัวเอง

หนังดัดแปลงจากนิยายเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรของ กิมย้ง โดยที่เนื้อเรื่องหลักยังคงเหมือนในหนังสืออยู่เกือบทั้งหมด แต่มีการเปลี่ยนชื่อตัวละครทุกคน โดยที่ตัวละครแต่ละคนต่างมีบุคลิกเหมือนในหนังสือต้นฉบับ อาจจะมีการเปลี่ยนในรายละเอียดบางส่วนแต่มีการตัดทิ้งหรือลดความสำคัญของตัวละครบางคนลงแต่หนังก็ยังดำเนินไปตามเส้นเรื่องเดิมที่แข็งแรงอยู่แล้วได้เป็นอย่างดี หวังยี่เองก็ดูจะเหมาะสมกับบทตัวเอกที่เป็นคนง่าย ๆ และจริงใจและมีคุณธรรม ซึ่งลดภาพความทะเล้นของเขาที่เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ลงไปได้ เป็นงานที่ดัดแปลงจากเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรได้ดีมากเรื่องหนึ่ง 
50
12 ป้ายทอง (The Twelve Gold Medallions) (1970)
ผู้กำกับ เฉินกัง

นักแสดง เยียะหัว, ฉินผิง, จิงเหมี่ยว, เจียวเจียว, กุ๊ฟง, หยางฉีอิง, หวังจงซิ่น, หวังเซียะ, ฟานเม่ยเจิง, หลี่คุน

เยี่ยหัว รับบท เหมียวหลง จอมยุทธฝีมือเยี่ยมที่จัดการกับคนที่ส่งป้ายทองมามากมาย เพราะป้ายทองนั้นคือคำสั่งให้แม่ทัพงักฮุยกลับจากแนวหน้า แต่ผู้ที่ส่งป้ายทองคนล่าสุดคือคนที่ทำให้เหมียวหลงต้องหนักใจเพราะคืออาจารย์ของเขาเอง จิงเหมี่ยว รับบท จินเยี่ยนถัง เจ้าสำนักหัวซาน อาจารย์ของเหมียวหลงที่เป็นแค่ลาภยศชื่อสียงยอมทำงานให้กับขุนนางกังฉินและนำส่งป้ายทองด้วยตัวเอง ฉินผิง รับบท จินสิ่ว ลูกสาวของจินเยี่ยนถังและยังเป็นคู่หมั้นของเหมียวหลงอีกด้วย โดยที่จินสิ่วมีเลือดรักชาติและขัดขวางการส่งป้ายทองของพ่อเธอเช่นกัน

หนังใช้เหตุการณ์ในช่วงราชวงศ์ซ้องใต้มาผูกเป็นเรื่องราวเมื่อ ขุนนางกังฉินได้ส่งป้ายทองคำเรียกตัวแม่ทัพงักฮุยกลับจากแนวหน้าที่กำลังต่อต้านกับทหารไต้กิม ซึ่งการเดินทางกลับเมืองหลวงของแม่ทัพงักฮุยนั่นอาจหมายถึงการที่แผ่นดินรางวงศ์ซ้องจะถูกรุกรานได้ง่าย  ชาวยุทธจักจึงร่วมมือการขัดขวางการส่งป้ายทอง หนังดำเนินเรื่องด้วยโครงเรื่องง่าย ๆ ฝ่ายดีและฝ่ายร้ายแบ่งแยกชัดเจน แถมยังอ้างอิงเรื่องจริงที่ชวนอัปยศในประวัติศาสตร์มาช่วยปลุกเร้าอารมณ์ของหนังอีกด้วย หนังเดินเรื่องได้น่าติดตาม คิวบู๊ของหนังของฉับไวและสนุกสนาน จึงเป็นหนังกำลังภายในที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่ง

ในเมื่อก่อนการที่จะได้ชมภาพยนตร์ดีๆ สักหนึ่งเรื่องนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก เราต้องเฝ้ารอตามตารางการฉายทำให้บางครั้งเราก็พลาดหนังดีๆ ไปโดยไม่รู้ตัว และสำหรับคนรักหนังจีนยิ่งเป็นสิ่งที่ทรมานใจเสมอถ้าหากต้องพลาดชมภาคต่อของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ การจะตามเก็บม้วนวีดีโอก็ลำบากแถมยังยุ่งยากต่อการดูแลรักษา และการจะไปตามหาหนังจีนเก่าๆ เหล่านี้ไว้ดูก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไร เรียกได้ว่าคงเป็นเสมือนสิ่งลํ้าค่าถ้าสามารถสะสมภาพยนตร์ทั้งหมดไว้ได้อย่างครบเซ็ท HOLLYWOOD HDTV ให้คุณได้สามารถกลับมารับชมตำนานหนังจีนที่ถูกยกย่องว่าเป็นสุดยอดหนังอมตะได้อีกครั้ง ด้วยบริการที่ให้คุณสามารถรับชมภาพยนตร์จีนจาก Shaw Brothers ที่ถูกจัดรวบรวมไว้เป็น Collection อย่างจุใจแบบเต็มอิ่ม เปรียบเสมือนดั่งคลังหนังคุณภาพดีที่รวมความครบทุกประสบการณ์ไว้ให้กับคุณโดยกลับมาดูซํ้าที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรก็ได้เสมอ ไร้ความกังวลเรื่องแผ่นเสีย หรือคุณภาพเสียงที่ไม่คมชัด พร้อมทั้งมีคำบรรยายไทยให้ได้รับชม หรือแม้แต่เสียงพากย์ทั้ง สองภาษา (ไทย/จีน) ปรับได้ดั่งใจต้องการ คุ้มค่าและเต็มอิ่มกับหนังดีที่คอหนังอย่างคุณไม่ควรพลาดอย่างแท้จริง