6 เหตุผลคุณควรมี The Lobster ไว้ครอบครอง
“คุณต้องหาคู่รักให้ได้ภายใน 45 วัน ไม่งั้นก็เป็นสัตว์ไปซะ!” นี่คือธีมหลักของหนัง โรแมนติก-ดราม่า-ไซไฟ ของ The Lobster ภาพยนตร์อินดี้ที่ดูไม่ยากอย่างที่คิด การันตีคุณภาพด้วยรางวัลและเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วๆ ไป ที่ยกย่องให้ว่าเป็น ‘หนังที่รักที่เจ็บที่สุดอีกเรื่องของปี 2015’ และนี่คือ 6 เหตุผลที่ควรมี The Lobster ไว้ในครอบครองเดี๋ยวนี้! 
01
ไม่ว่าจะโสดหรือมีคู่ หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเจ็บด้วยคำว่ารัก
The Lobster เป็นหนังที่พูดถึงความรักในแง่มุมที่น่าสนใจมากๆ ด้วยการที่หนังตัวเองเซ็ตอยู่ในโลกดิสโทเปียที่คนโสดต้องถูกจับเข้าโรงแรมเพื่อหาคู่ให้ได้ มิเช่นนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นสัตว์ นำไปสู่การชำแหละความเป็นมนุษย์และนิยามความรักที่เจ็บและรุนแรง แถมยังคู่ควรแก่การดูซ้ำหลายๆ รอบ เพราะนอกจากจะได้รายละเอียดเพิ่มแล้ว อารมณ์และความรู้สึกที่มีต่อหนังจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนครั้งแรกที่คุณดู แล้วคุณจะเข้าใจความรักในมุมที่ลึกซึ้งมากขึ้นทุกครั้ง
02
เป็นหนังที่ว่าด้วยโลกดิสโทเปียที่การเป็นโสดจะทำให้คุณกลายเป็นสัตว์!
เมื่อคุณกลายเป็นโสดไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม คุณจะถูกจับไปไว้ใน The Hotel ที่ที่คุณจะต้องหาคู่ให้ได้ภายใน 45 วัน มิเช่นนั้นจะถูกเปลี่ยนสัตว์ที่คุณเลือกเอง เราจะได้เห็นชีวิตของผู้คนมากมายใน The Hotel ทั้งคนที่พยายามตามหารักแท้  คนที่ไม่สนใจชีวิตและสิ้นหวัง หรือคนที่ไร้ความรักแต่กลับเลือกที่จะออกล่าไปคนโสดที่พยายามหนี เพื่อต่ออายุเวลาของตัวเองไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าไม่ว่าจะประเภทไหนก็ล้วนดูเป็นทุกข์ด้วยกันหมดทั้งสิ้น เพราะเป็นความรักที่ถูกบังคับไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ 
03
การันตีจากหนังวิจารณ์ว่ายอดเยี่ยม เป็นหนังคุณภาพที่สนุกและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิด
ขอยืนยันว่า The Lobster เป็นหนังที่ทุกคนควรมีครอบครอง ในแง่ของหนังคุณภาพ ทั้งคะแนนจาก Rotten Tomatoes ถึง 91 % และ Metacritic 81/100 แถมตัวหนังเองยังสามารถเข้าถึงผู้ชมได้ง่ายกว่าที่คิด เราว่าถ้าใครที่ชอบดูหนังโรแมนติกทั่วๆ ไปก็น่าจะเข้าถึง The Lobster ได้ไม่ยาก อาจจะไม่ใช่ในทุกๆ ประเด็น แต่ผมเชื่อว่าคุณจะสนุก ตลก และรับรู้ความรู้สึกตัวละครได้อย่างง่ายดายและไม่งง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ไม่ว่าใครดูเรื่องนี้ก็เจ็บด้วยกันทั้งสิ้น 
04
เป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องแปลก แต่กลับพูดถึงความรักได้ลึกซึ้งเหลือเกิน
แม้ว่าพลอตจะดูแฟนตาซีและแปลกประหลาด แต่ The Lobster กลับพูดถึงนิยามความรักที่น่าสนใจมากๆ ทั้งการนิยามความรักออกมาเป็นระดับ 1 ถึง 15 หรือการที่เราจะรักใครสักคนต้องมีอะไรๆ เหมือนๆ กัน แม้ว่ามันจะดูประหลาดแต่กลับเปรียบเปรยทัศนคติและความเปล่าเปลี่ยวของมนุษย์ได้ดีมาก เพราะตลอดระยะเวลา 119 นาที หนังจะพาเราไปสำรวจความรักที่ทั้งเป็นเรื่องจริงและเรื่องโกหกผ่านตัวละครหลากหลายคนและบทสรุปสุดตราตรึงที่คงไม่มีใครลืมได้ง่ายๆแน่นอน
05
สรรสร้างโลกดิสโทเปียสุดแนวของโลกคนมีคู่และโลกคนไร้คู่
โปรดักชั่นดีไซน์ในเรื่องนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลย หนังมีการถ่ายทำในเมืองที่ดูแปลกตา การออกแบบ The Hotel ได้สวยงาม รวมถึงป่าในหนังก็ดูลึกลับและน่าสนใจ ผสมผสานกับงานกำกับภาพที่ละเมียดละไมและดนตรีที่ทั้งดูตลกและชวนสยอง เป็นข้อพิสูจน์ว่า The Lobster ไม่ได้โดดเด่นแค่เนื้อเรื่องแต่กลับอุดมไปด้วยงานศิลป์ที่คู่ควรแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่ง
06
นักแสดงสุดปัง ฟอร์มทีมกันมาโสดมากมาย
เป็นหนังอีกเรื่องที่แคสติ้งดีมากๆ ไล่ดังตั้งแต่การหยิบเอาเฮีย Colin Farrell มาเล่นบทชายโดนทิ้งพุงย้วย ตามด้วย Rachel Weisz ในบทสาวโสดสุดสวย (เรื่องนี้สวยมากกก) พ่วงด้วย Ben Wishaw, Léa Seydoux (เพิ่งเจอกันใน Spectre มาด้วย) John C. Reilly และ Jessica Barden ซึ่งดาราทุกคนต่างมอบการแสดงที่แปลกตาและน่าสนใจมากๆ มีซีนที่น่าจดจำแทบทุกคน และรับประกันว่าใน The Lobster คุณจะได้เห็นดาราเหล่านี้ในบทบาทที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแน่นอน บางคนนี่เราทำอึ้งไปเลย


ทั้งหมดคงเป็นเหตุผลที่การันตีว่า The Lobster เป็นหนังดีเรื่องนึงที่ควรค่าแก่การซื้อเก็บไว้เป็นเจ้าของ 
HOLLYWOOD HDTV ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายๆในราคาสุดคุ้มเพียง 149 บาท เท่านั้น โดย The Lobster จะถูกเก็บไว้ตลอดไปอยู่ในโรงหนังส่วนตัวของคุณ (My Theater) โดยที่คุณสามารถกลับมาดูเมื่อไหร่ก็ได้ ทุกที่ ทุกเวลา